อุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของครอบครัวแรงงานชาวเมียนมา กลายเป็นโศกนาฏกรรมบนท้องถนน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 5 เมษายน 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ในขณะที่สามีและบุตรสาววัยเพียง 5 ขวบได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณหน้าหมู่บ้านสินสมบูรณ์ ถนนพุทธมณฑลสาย 4 พื้นที่ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ท่ามกลางความสลดใจของผู้เห็นเหตุการณ์ 🚛

เจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบคราบเลือดและซากรถพังยับเยิน
เมื่อเวลา 17.30 น. พ.ต.ต.แสงเพชร วิไลกุล สารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้รับแจ้งเหตุสลดจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพจากโรงพยาบาลวิชัยเวชอ้อมน้อย โรงพยาบาลมหาชัย 2 และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู 🚑 ในที่เกิดเหตุบนช่องจราจรซ้ายสุด พบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นางโอน มา ลวย สัญชาติเมียนมา อายุ 41 ปี สภาพร่างกายถูกล้อรถบรรทุกทับจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 🕊️
ห่างออกไปเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เวฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน 4 ขผ 2435 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำอยู่ในสภาพพังเสียหาย นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย คือสามีของผู้ตายและบุตรสาววัยประมาณ 4-5 ขวบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาชัย 2 เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยทั้ง 3 รายเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกันที่มีภูมิลำเนาพักอาศัยอยู่ในจังหวัดนครปฐม

คนขับรถบรรทุกอ้างมองไม่เห็นขณะเกิดเหตุ ยืนยันขับมาด้วยความเร็วต่ำ 💬
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพเยาว์ ยิ่งนอก อายุ 42 ปี ผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ สีขาว หมายเลขทะเบียนหัวพ่วง 55-1499 กรุงเทพมหานคร และทะเบียนลูกพ่วง 55-1575 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดรอให้การกับเจ้าหน้าที่อยู่ริมถนน ให้การว่า ตนเองกำลังขับรถมุ่งหน้าไปตามเส้นทางปกติในช่องจราจรด้านซ้าย โดยใช้ความเร็วไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากเพิ่งเคลื่อนตัวออกจากสัญญาณไฟจราจรมาได้เพียง 20-30 เมตรเท่านั้น
นายพเยาว์ระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุมีรถวิ่งนำหน้าและตามหลังมาตามปกติ ตนไม่ทราบว่ารถจักรยานยนต์ของผู้ประสบเหตุขับขี่มาจากทิศทางใด หรือเกิดการเฉี่ยวชนได้อย่างไร โดยมารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อสัมผัสได้ว่าล้อรถบรรทุกได้ทับร่างของผู้เสียชีวิตไปแล้ว จึงรีบชะลอรถและลงมาตรวจสอบเหตุการณ์ทันที 🚛📍
ตำรวจเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาข้อเท็จจริงและดำเนินคดี ⚖️
ในด้านมาตรการทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ได้เชิญตัวผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วงไปให้ปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียด พร้อมทั้งทำการบันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในพื้นที่ หลังจากนี้จะได้ดำเนินการตรวจสอบภาพจาก กล้องวงจรปิด (CCTV) ในบริเวณจุดเกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบกล้องหน้ารถของพลเมืองดีที่อาจบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเฉี่ยวชนเอาไว้ได้ เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี
สำหรับการดำเนินการกับร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรตามขั้นตอน ก่อนจะประสานให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าสอบปากคำเพิ่มเติมเมื่ออาการดีขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและสรุปสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป







