Picture of winnews
Home » หนุ่มกร่างขับรถแช่ขวาเล่นมือถือ ฉุนครูสาวบีบแตรเตือน ขับปาดหน้าทำร้ายร่างกายต่อหน้าเด็ก

หนุ่มกร่างขับรถแช่ขวาเล่นมือถือ ฉุนครูสาวบีบแตรเตือน ขับปาดหน้าทำร้ายร่างกายต่อหน้าเด็ก

แชร์บทความ
หนุ่มกร่างขับรถแช่ขวาเล่นมือถือ ฉุนครูสาวบีบแตรเตือน ขับปาดหน้าทำร้ายร่างกายต่อหน้าเด็ก

หนุ่มกร่างขับรถแช่ขวา สร้างความเดือดร้อนบนท้องถนน หลังใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่จนรถช้าผิดปกติ เมื่อถูกครูสาวบีบแตรเตือนกลับแสดงพฤติกรรมรุนแรง ขับรถปาดหน้า เบรกกะทันหันหวังให้ชนท้าย ก่อนลงมาผลักอกและถ่มน้ำลายใส่ ท่ามกลางความตกใจของเด็กภายในรถกว่า 4 ชีวิต ด้านผู้เสียหายโร่แจ้งความพนักงานสอบสวน ยืนยันเอาผิดถึงที่สุด 🚔

หนุ่มกร่างขับรถแช่ขวาเล่นมือถือ ฉุนครูสาวบีบแตรเตือน ขับปาดหน้าทำร้ายร่างกายต่อหน้าเด็ก

รายละเอียดเหตุการณ์คุกคามกลางถนนคลอง 10 ปทุมธานี 📍

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานความคืบหน้ากรณีคลิปวิดีโอจากเพจชื่อดัง ที่เผยแพร่พฤติกรรมของชายรายหนึ่งซึ่งขับรถยนต์ในลักษณะอันตรายและแสดงกิริยาข่มขู่ผู้ร่วมทาง โดย น.ส.สุดาวรรณ บุญรอด อายุ 33 ปี ครูอัตราจ้างโรงเรียนชื่อดังในจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยรายละเอียดว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะตนกำลังขับรถกระบะไปทำงานพร้อมกับบุตรและเด็กพิการรวม 4 คน

เมื่อเข้าสู่บริเวณถนนช่วงคลอง 10 จังหวัดปทุมธานี พบรถคู่กรณีขับแช่เลนขวาด้วยความเร็วต่ำ ตนจึงบีบแตรเตือนไป 2 ครั้งเพื่อขอทางตามปกติ แต่คู่กรณีกลับไม่พอใจและเริ่มมีพฤติกรรมขับรถส่ายไปมาเพื่อขวางช่องจราจร รวมถึงพยายามเบรกกะทันหันเพื่อให้เกิดอุบัติเหตุ จนกระทั่งมีการจอดรถริมทางเพื่อเผชิญหน้า

หนุ่มกร่างขับรถแช่ขวาเล่นมือถือ ฉุนครูสาวบีบแตรเตือน ขับปาดหน้าทำร้ายร่างกายต่อหน้าเด็ก

พฤติกรรมรุนแรงและการทำร้ายร่างกายต่อหน้าพยาน 💬

น.ส.สุดาวรรณ ระบุว่าหลังจากจอดรถ ชายคู่กรณีได้ลงจากรถด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด ตรงเข้าด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย และใช้มือผลักอกตนอย่างแรง นอกจากนี้ยังพยายามถ่มน้ำลายใส่เพื่อเป็นการเหยียดหยาม แม้จะมีพลเมืองดีซึ่งเป็นผู้ปกครองนักเรียนที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์พยายามเข้าห้ามปราม แต่ชายคนดังกล่าวก็ยังไม่ลดละพฤติกรรม

“เขายังชี้หน้าข่มขู่ลูกชายของฉันที่กำลังถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน เด็กๆ ในรถต่างพากันร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อน” น.ส.สุดาวรรณ กล่าวด้วยความสะเทือนใจ

ข้อมูลเพิ่มเติมพบประวัติเคยก่อเหตุซ้ำซาก 🔍

จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้เคยมีประวัติกระทำการในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง โดยทางเพจโซเชียลมีเดียได้แฉพฤติกรรมย้อนหลังไปถึงต้นปี 2568 ซึ่งพบว่าเคยทำร้ายร่างกายผู้เสียหายรายอื่นในลักษณะเดียวกัน และมักกล่าวอ้างว่าตนเองมีอาการป่วยทางจิตเพื่อขอความเห็นใจหรือลดหย่อนโทษ อย่างไรก็ตาม การกลับมาก่อเหตุซ้ำในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวยังคงสร้างความไม่ปลอดภัยแก่สังคมอย่างต่อเนื่อง

หนุ่มกร่างขับรถแช่ขวาเล่นมือถือ ฉุนครูสาวบีบแตรเตือน ขับปาดหน้าทำร้ายร่างกายต่อหน้าเด็ก

บทสรุปและสถานะทางคดีล่าสุด ⚖️

ขณะนี้ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งในข้อหาทำร้ายร่างกาย และความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก โดยยืนยันว่าต้องการให้กฎหมายดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่นในอนาคต หากคู่กรณีมีอาการป่วยจริงตามที่อ้าง ครอบครัวควรดูแลอย่างใกล้ชิดและไม่ควรปล่อยให้มาขับรถซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

แชร์บทความ