เหตุการณ์จับกุมคดี ลักทอง 19 บาท ครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 โดย พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันเข้าทำการจับกุม นายธนากร (สงวนนามสกุล) หรือ “หลุย” อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์ ณ ห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมของกลางเป็นแหวนทองคำที่เจ้าของจำตำหนิรูปพรรณได้อย่างแม่นยำ 💍
ย้อนรอยคดีโจรกรรมทองคำหนัก 19 บาท ไร้ร่องรอยกล้องวงจรปิด
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 เจ้าของธุรกิจโรงไม้พาเลซในพื้นที่ อ.บางละมุง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า มีทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวมกว่า 19 บาท สูญหายไปจากห้องพักภายในโรงงาน ซึ่งในขณะนั้นกระบวนการสืบสวนเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากจุดเกิดเหตุไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV)
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางละมุง ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ทำการลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพนักงานรวมถึงคนงานในโรงงานทั้งหมด 19 ราย เพื่อหาเบาะแสและพิรุธของผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าหลายเดือน 🔍
จนมุมเพราะแหวนลายเอกลักษณ์ และประวัติการค้นหาวิธีลบลายนิ้วมือ
จุดพลิกผันของคดีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อเจ้าของโรงไม้พาเลซได้สังเกตเห็นแฟนสาวของนายธนากร สวมใส่แหวนทองคำที่มีลวดลายตรงกับหนึ่งในทรัพย์สินที่สูญหายไป จึงได้รีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบทันที 🕵️♂️
จากการขยายผลตรวจค้นโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญคือประวัติการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีการค้นหาวิธีการ “ลบลายนิ้วมือ” ออกจากวัตถุและสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นพฤติการณ์ที่ชี้ชัดถึงความพยายามในการอำพรางหลักฐานหลังก่อเหตุ 📱

สารภาพสิ้นไส้: นำเงินแสนจ้างสาวเลิกแฟน หวังมัดใจให้อยู่ด้วย
จากการสอบสวน นายธนากร ให้การรับสารภาพโดยดุษฎีว่า ตนเป็นผู้ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ทองคำทั้งหมดจริง โดยสาเหตุเกิดจากความต้องการนำเงินไปปรนเปรอแฟนสาวที่ตนกำลังติดพันอยู่ นายธนากรระบุว่าได้นำทองคำส่วนหนึ่งไปขายและนำเงินสดจำนวน 100,000 บาท มอบให้แฟนสาวเพื่อเป็นค่าจ้างให้ฝ่ายหญิงเลิกรากับแฟนคนปัจจุบันแล้วย้ายมาใช้ชีวิตอยู่กับตน 💸
นอกจากนี้ ทองคำส่วนที่เหลือยังได้นำไปให้แฟนสาวสวมใส่เพื่อเป็นการแสดงฐานะเมื่อไปพบปะกับครอบครัวและพ่อแม่ จนกระทั่งเจ้าของทรัพย์สินมาพบเห็นลายแหวนอันเป็นเอกลักษณ์และถูกจับกุมได้ในที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
1. ของกลางที่ยึดคืนได้มีอะไรบ้าง? ปัจจุบันเจ้าหน้าที่สามารถยึดคืนแหวนทองคำได้ 1 วง ส่วนทองคำที่เหลือผู้ต้องหาอ้างว่าได้ทยอยนำไปขายเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายและมอบให้แฟนสาว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการขยายผลไปยังร้านทองที่รับซื้อต่อไป
2. ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาใด? เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ลักทรัพย์” หรือ “รับของโจร” (ขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในส่วนของพฤติการณ์) และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย
3. แฟนสาวของผู้ต้องหามีความผิดด้วยหรือไม่? ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าฝ่ายหญิงมีส่วนรู้เห็นกับการโจรกรรมครั้งนี้หรือไม่ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอาจต้องถูกดำเนินคดีในข้อหารับของโจรเช่นกัน
สรุปข่าว
กรณีการจับกุมเหตุ ลักทอง 19 บาท ในพื้นที่บางละมุงครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดรอบคอบของเจ้าของทรัพย์สินและความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามคดีแม้จะไม่มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด โดยแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุมาจากปัญหาส่วนตัวด้านความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดเพื่อชดใช้ความผิดที่เกิดขึ้น









