แก๊งเงินกู้ ตกเป็นจำเลยสังคมอีกครั้งหลังผู้เสียหายสาวเข้าร้องเรียนกรณีถูกบังคับให้ถ่ายคลิปวิดีโอลามกเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการอนุมัติเงินกู้ พร้อมถูกข่มขู่ขอร่วมประเวณีเพื่อชดใช้ดอกเบี้ยที่ค้างชำระ โดยเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้นำตัว น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายทุนเงินกู้นอกระบบรายดังกล่าวในข้อหาหนักหลายกระทง 🕊️
รายละเอียดพฤติการณ์นายทุนทมิฬ: บังคับถ่ายคลิปแลกเงินกู้
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่ผู้เสียหายมีความจำเป็นทางการเงิน จึงได้ติดต่อขอกู้ยืมเงินจากนายทุนรายหนึ่งที่รู้จักกันผ่านสถานประกอบการร้านอาหาร โดยในระยะแรกเป็นการกู้ยืมเงินจำนวน 5,000 บาท และมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 4 ต่อวัน หรือวันละ 200 บาท ซึ่งผู้เสียหายได้ดำเนินการส่งมอบดอกเบี้ยมาโดยตลอดเป็นเวลาหลายเดือน 💬
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อผู้เสียหายมีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงินเพิ่มเติมเป็นครั้งที่สองอีกจำนวน 5,000 บาท ในครั้งนี้นายทุนรายดังกล่าวได้ยื่นเงื่อนไขที่ขัดต่อศีลธรรมและกฎหมาย โดยบังคับให้ผู้เสียหายถ่ายคลิปวิดีโอในลักษณะโป๊เปลือยส่งมอบให้เพื่อเป็น “หลักประกัน” ในการกู้ยืมเงิน เนื่องจากความเดือดร้อนทางการเงินอย่างหนัก ผู้เสียหายจึงจำใจต้องปฏิบัติตามข้อเสนอดังกล่าว 📍

การข่มขู่คุกคามทางเพศและผลกระทบต่อเนื่อง
เมื่อสภาวะเศรษฐกิจบีบคั้นทำให้ผู้เสียหายเริ่มขาดส่งดอกเบี้ยรายวัน ซึ่งรวมมอดเงินกู้ทั้งสองยอดเป็นเงินที่ต้องจ่ายถึงวันละ 400 บาท นายทุนรายนี้จึงเริ่มใช้มาตรการกดดันด้วยการข่มขู่ว่าจะนำคลิปวิดีโอที่ถ่ายไว้ไปเผยแพร่สู่สาธารณะ หากไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ยได้ทันกำหนด ⚠️
นอกจากนี้ นายทุนคนดังกล่าวยังได้พยายามล่วงละเมิดทางเพศ โดยยื่นข้อเสนอให้ผู้เสียหายมีเพศสัมพันธ์ด้วย 1 ครั้ง เพื่อเป็นการล้างดอกเบี้ยที่ค้างชำระไว้ทั้งหมด พฤติการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวและกดดันต่อสภาพจิตใจของผู้เสียหายเป็นอย่างมาก จนต้องตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อเพจสายไหมต้องรอดเพื่อขอความคุ้มครอง 🇹🇭
พ.ต.ท.อาทิตย์ รุ่งเชตุ สว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ ระบุว่าเบื้องต้นพฤติกรรมนี้เข้าข่ายความผิดชัดเจนตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา, พ.ร.บ.ทวงถามหนี้ รวมถึงความผิดเกี่ยวกับเพศและการข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ซึ่งทางตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกนายทุนรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นสูงสุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับคดีเงินกู้นอกระบบ
1. หากถูกแก๊งเงินกู้ข่มขู่ด้วยภาพหรือคลิปลับควรทำอย่างไร? ควรเก็บหลักฐานการสนทนาและคลิปการข่มขู่ไว้ทั้งหมด และรีบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ห้ามยินยอมตามข้อเรียกร้องเพราะอาจถูกข่มขู่ซ้ำซากไม่สิ้นสุด
2. การเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี มีโทษอย่างไร? ตามกฎหมายไทย ผู้ใดริเริ่มหรือเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ผู้เสียหายสามารถขอรับการคุ้มครองพยานได้หรือไม่? สามารถทำได้ โดยประสานงานผ่านกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองความปลอดภัยหากรู้สึกว่าถูกคุกคามชีวิต
สรุปข่าว: เร่งขยายผลขบวนการฟอกเงิน
คดีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการกระทำความผิดเรื่องเงินกู้นอกระบบ แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาอาชญากรรมทางเพศที่แฝงมากับการทวงหนี้ โดยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เตรียมนำผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานที่กระทรวงยุติธรรมในวันถัดไป พร้อมเน้นย้ำว่าหากพบพฤติการณ์กระทำผิดซ้ำซ้อนในวงกว้าง จะมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินคดีในฐานความผิดฟอกเงิน เพื่อกวาดล้าง แก๊งเงินกู้ รายนี้ให้สิ้นซากต่อไป







