ชะลอฝากขัง พี่เขยโหดฆ่ารัดคอ “น้องแพรว” เร่งเค้นสอบหาทรัพย์สินที่หายไป
จังหวัดเชียงใหม่ – จากกรณีคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญที่สร้างความหดหู่ให้กับสังคม เมื่อเกิดเหตุการณ์คนในครอบครัวลงมือฆาตกรรมกันเอง โดยนายภาณุวัฒน์ รินทราวุธ หรือ ปอนด์ อายุ 31 ปี ภูมิลำเนาชาวจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีศักดิ์เป็น “พี่เขย” ได้ลงมือก่อเหตุฆ่ารัดคอ “น้องแพรว” สาวเสิร์ฟวัย 22 ปี (น้องสาวของภรรยา) จนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
จำนนต่อหลักฐานจากคำให้การของพนักงานไรเดอร์
ย้อนกลับไปในช่วงแรกของการสืบสวน นายภาณุวัฒน์ พยายามสร้างสถานการณ์และทำตัวเป็นพยานผู้เห็นเหตุการณ์ โดยให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในลักษณะบ่ายเบี่ยงเพื่อปกปิดความผิดของตนเอง ทว่าความจริงย่อมหนีไม่พ้นหลักฐาน เมื่อชุดสืบสวนได้ทำการสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียด
โดยเฉพาะคำให้การสำคัญจาก “พนักงานไรเดอร์” ที่เดินทางมาส่งอาหารบริเวณบ้านเกิดเหตุ ซึ่งระบุชัดเจนว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ได้พบเห็นนายภาณุวัฒน์วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากทางหลังบ้านพัก เพื่อมาจ่ายเงินค่าอาหารที่น้องแพรว (ผู้ตาย) เป็นคนกดสั่งผ่านแอปพลิเคชัน ข้อมูลนี้กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่มัดตัวนายภาณุวัฒน์จนดิ้นไม่หลุด และต้องยอมรับสารภาพในที่สุดว่าตนเองเป็นผู้ลงมือฆ่าน้องแพรว

เลื่อนฝากขัง เร่งตามหา ไอโฟน 2 เครื่อง และทองคำ 2 บาท
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังสถานีตำรวจภูธรหางดง (สภ.หางดง) เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยได้พูดคุยกับ พ.ต.อ. จักรียุทธ โชติวชิระพงศ์ ผู้กำกับการ สภ.หางดง ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า ในวันนี้ทางพนักงานสอบสวนจะ “ยังไม่นำตัวนายภาณุวัฒน์ไปขออำนาจศาลเพื่อทำการฝากขัง” ตามกำหนดการเดิม
สาเหตุสำคัญของการชะลอการฝากขัง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่า มีทรัพย์สินมีค่าของผู้ตายสูญหายไปจากที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Apple จำนวน 2 เครื่อง ได้แก่ iPhone 14 และ iPhone 17 Pro Max นอกจากนี้ ทางญาติของผู้เสียชีวิตยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า น้องแพรวมี สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท ซึ่งสวมติดตัวเป็นประจำได้สูญหายไปด้วยเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ทางชุดสืบสวนจึงมีความจำเป็นต้องขยายเวลาในการควบคุมตัว เพื่อเก็บรายละเอียดพยานหลักฐานเพิ่มเติม และทำการเค้นสอบปากคำนายภาณุวัฒน์อย่างหนักอีกครั้ง เพื่อค้นหาว่าทรัพย์สินดังกล่าวถูกนำไปซ่อนไว้ที่ใด หรือถูกนำไปขายเพื่อแปรสภาพแล้วหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อนำของกลางที่เป็นทรัพย์สินส่วนตัว คืนให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต และเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีให้รัดกุมที่สุด ซึ่งอาจนำไปสู่การตั้งข้อหาเพิ่มเติมในประเด็นของการชิงทรัพย์หรือประสงค์ต่อทรัพย์
ผู้ต้องหาเครียดจัด ไร้เงาญาติเข้าเยี่ยม
สำหรับสภาพความเป็นอยู่ของนายภาณุวัฒน์ ภายหลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวอยู่ภายในห้องขังของ สภ.หางดง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหามีอาการความเครียดอย่างเห็นได้ชัด มีความวิตกกังวล และบ่นถึงความเป็นห่วงครอบครัวของตนเอง
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ถูกจับกุมและนำตัวมาคุมขัง ยังไม่ปรากฏว่ามีบุคคลในครอบครัว ภรรยา หรือญาติพี่น้องฝั่งของผู้ต้องหา เดินทางมาติดต่อขอเข้าเยี่ยม หรือดำเนินการเรื่องการขอประกันตัวแต่อย่างใด ทำให้ผู้ต้องหาต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องขังเพียงลำพังท่ามกลางความกดดัน
ครอบครัวเศร้าสลด เตรียมรับศพประกอบพิธีตามประเพณีลีซู
ในขณะที่ฝั่งครอบครัวของ “น้องแพรว” ผู้เสียชีวิต บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและหดหู่ใจอย่างยิ่ง โดยทางพ่อ แม่ และญาติพี่น้อง ได้เดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่ หมู่บ้านเล่าวู อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกันจัดเตรียมสถานที่และเตรียมงานศพเพื่อรอรับอัฐิของน้องแพรวกลับมาประกอบพิธีทางศาสนา ตามความเชื่อและประเพณีดั้งเดิมของชนเผ่าลีซู
ที่บริเวณบ้านพักในหมู่บ้านเล่าวู มีบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวร้าย ต่างทยอยเดินทางมาร่วมพูดคุย แสดงความเสียใจ และให้กำลังใจพ่อและแม่ของน้องแพรวอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยประคับประคองสภาพจิตใจจากการสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รักไปอย่างกะทันหันและไม่มีวันกลับ
ในส่วนของกำหนดการรับศพนั้น ทางครอบครัวได้แจ้งว่าจะเดินทางไปติดต่อขอรับร่างของน้องแพรวออกจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ในวันที่ 11 มีนาคม 2569 และหลังจากทำเรื่องรับศพเสร็จสิ้น จะมีการเคลื่อนย้ายร่างไปประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดศรีมูลเมือง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ในทันที จากนั้นทางครอบครัวจึงจะนำอัฐิ (เถ้ากระดูก) ของน้องแพรว เดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่อำเภอเวียงแหง เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาและทำการฝังตามประเพณีของชนเผ่าต่อไป







