อุบัติเหตุ GPS นำทาง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนรุนแรงบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสระบุรี เมื่อผู้ขับขี่สาวรายหนึ่งขับรถ SUV พุ่งชนรถกระบะอย่างจังจนพลิกตะแคงพิงเสาไฟฟ้า ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาลพร้อมเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระมัดระวังการใช้ระบบนำทางในเขตชุมชน
เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 พ.ต.ท.สาโรจน์ รัตนวิโรจน์ สว.สส.สภ.เมืองสระบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนพิชัยรณรงค์สงคราม ซอย 15 พื้นที่ตลิ่งชัน หน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสระบุรี ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี จึงรุดเข้าตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิกู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี 🚔
รายละเอียดที่เกิดเหตุและสภาพความเสียหายเชิงลึก
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 5 กฌ 1929 กรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาพถูกแรงกระแทกจากด้านข้างฝั่งคนขับ จนตัวรถพลิกตะแคงพิงอยู่กับเสาไฟฟ้าข้างทาง สภาพความเสียหายรุนแรง ล้อหลังซ้ายหลุดออกจากเพลา และมีน้ำมันเบรกไหลนองเต็มพื้นถนน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนได้ 🛠️
ภายในรถกระบะพบผู้บาดเจ็บจำนวน 2 ราย ทราบชื่อคือ นายบุญช่วย พโนศักดิ์ อายุ 72 ปี (คนขับ) และ น.ส.ณัฐณิชา พโนศักดิ์ อายุ 22 ปี บุตรสาว เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลสระบุรีอย่างเร่งด่วน โดยมีนางสุนันท์ พโนศักดิ์ ภรรยาของผู้ขับขี่ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์แต่อาการไม่สาหัส ยืนรอให้การด้วยอาการตระหนก

ห่างออกไปเพียงเล็กน้อย พบรถคู่กรณีเป็นรถยนต์ SUV ยี่ห้อเกีย สีดำ หมายเลขทะเบียน ฮษ 3262 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ารถพังเสียหายยับเยิน ฝากระโปรงหน้ายุบ กันชนหัก และไฟหน้าแตกกระจาย โดยมี น.ส.พัด (นามสมมติ) เป็นผู้ขับขี่ ซึ่งยังคงอยู่ในอาการตกใจและนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ภายในรถ
คำให้การเบื้องต้นและสาเหตุของเหตุการณ์
น.ส.พัด ผู้ขับขี่รถ SUV เปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองเดินทางมาจากพื้นที่ ต.หินกอง จ.สระบุรี เพื่อพาลูกๆ ไปรับประทานอาหารในพื้นที่ อ.เสาไห้ เนื่องจากไม่คุ้นเคยเส้นทางจึงได้เปิด อุบัติเหตุ GPS นำทาง เพื่อหาเส้นทางลัด เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางแยก ตนเองมองไม่เห็นป้ายเตือนและไม่ทราบว่าเป็นทางร่วมแยก จึงขับพุ่งตรงไปโดยไม่ได้ชะลอรถ เป็นเหตุให้ชนเข้ากับรถกระบะที่กำลังวิ่งทางตรงมาอย่างแรงจนเกิดการพลิกคว่ำ 💬
ขณะที่ทางด้าน นางสุนันท์ ภรรยาของผู้บาดเจ็บ ให้ข้อมูลเสริมว่า สามีกำลังขับรถไปตามเส้นทางปกติ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ รถคู่กรณีได้วิ่งพุ่งออกมาจากซอยโดยไม่มีการเบรกหรือชะลอความเร็ว ทำให้รถของตนถูกชนเข้ากลางลำจนเสียหลักพลิกตะแคง ส่งผลให้สามีได้รับบาดเจ็บที่ช่วงสะโพกและลูกสาวได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า

FAQs: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอุบัติเหตุจากระบบนำทาง
1. หากเกิดอุบัติเหตุจากการขับตาม GPS ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ? ตามกฎหมายจราจร ผู้ขับขี่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบหลัก เนื่องจากระบบ GPS เป็นเพียงเครื่องมือช่วยนำทาง ผู้ขับขี่มีหน้าที่สังเกตป้ายจราจรและสภาพทางจริง ณ ขณะนั้น
2. การใช้ GPS ขณะขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย? ควรตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง และตั้งค่าเสียงนำทางเพื่อลดการละสายตาจากถนน หากไม่แน่ใจเส้นทางควรชะลอความเร็วเมื่อเข้าสู่เขตชุมชนหรือทางแยก
3. การจัดการคราบน้ำมันบนถนนหลังอุบัติเหตุสำคัญอย่างไร? มีความสำคัญมากเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน โดยเจ้าหน้าที่มักใช้ผงขี้เลื่อยหรือทรายโรยเพื่อซับน้ำมันไม่ให้ถนนลื่น

สรุปข่าวเหตุการณ์อุบัติเหตุ
เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของการใช้ อุบัติเหตุ GPS นำทาง โดยขาดความระมัดระวังในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี ได้บันทึกหลักฐานในที่เกิดเหตุและจะดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป พร้อมประสานเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสระบุรีเร่งทำความสะอาดคราบน้ำมันบนพื้นผิวจราจรเพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป









