Picture of winnews
Home » วางยาเบื่อสุนัขจรจัด ชะอำตายเกลื่อนถนน แม่ค้าเศร้าเร่งล่าตัวคนผิด

วางยาเบื่อสุนัขจรจัด ชะอำตายเกลื่อนถนน แม่ค้าเศร้าเร่งล่าตัวคนผิด

แชร์บทความ
วางยาเบื่อสุนัขจรจัด ชะอำตายเกลื่อนถนน แม่ค้าเศร้าเร่งล่าตัวคนผิด

วางยาเบื่อสุนัขจรจัด กลายเป็นประเด็นสลดที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี หลังพบซากสุนัขนอนตายเกลื่อนถนน สร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก 📍 โดยเฉพาะนางอารีรัตน์ แม่ค้าอาหารตามสั่งผู้คอยดูแลสุนัขกลุ่มนี้มานานกว่า 4 ปี ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สุนัขจรจัดที่ได้รับการดูแลเบื้องต้นต้องจบชีวิตลงอย่างทารุณหลายตัว ขณะที่หน่วยงานภาครัฐและฝ่ายปกครองได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที เพื่อหาแนวทางป้องกันและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์

ฝ่ายปกครองและปศุสัตว์ลงพื้นที่ ตรวจสอบเหตุสุนัขถูกวางยาเบื่อ

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี ได้มอบหมายให้ นายปรียพล ปรียานุภาพ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง พร้อมด้วย พ.ต.ท.นิธินันท์ นาคบุรี ปศุสัตว์อำเภอชะอำ และ ร.ต.ต.ศักดา สีม่วง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ชะอำ นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุริมถนนในพื้นที่อำเภอชะอำ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีสุนัขจรจัดถูกวางยาเบื่อจนเสียชีวิต 💬

จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบซากสุนัขจรจัดจำนวน 5 ตัว นอนตายอยู่ในลักษณะที่น่าเวทนา โดยเบื้องต้นพบร่องรอยที่บ่งบอกถึงการได้รับสารพิษ เช่น อาการน้ำลายฟูมปาก และการชักเกร็งก่อนสิ้นใจ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการบันทึกหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้มีการกำจัดซากสัตว์อย่างถูกวิธีตามหลักสุขอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่อาจเกิดขึ้นจากซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย

วางยาเบื่อสุนัขจรจัด ชะอำตายเกลื่อนถนน แม่ค้าเศร้าเร่งล่าตัวคนผิด

เสียงสะท้อนจากแม่ค้าผู้ดูแล เผยสุนัขหายไปนับสิบตัว

นางอารีรัตน์ อายุ 49 ปี แม่ค้าขายอาหารตามสั่งในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้ดูแลสุนัขกลุ่มนี้ เปิดเผยด้วยความเศร้าสลดว่า ตนได้เข้ามาซื้อที่ดินและปลูกบ้านอยู่ในพื้นที่นี้มานานกว่า 4 ปี โดยนำรายได้จากการขายของมาซื้ออาหารและฟางเพื่อดูแลสุนัขจรจัดรวมทั้งหมด 19 ตัว รวมถึงควายที่ไถ่ชีวิตมาจากโรงเชือดอีก 15 ตัว 🕊️

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา พบว่ามีสุนัขในความดูแลตายไปแล้ว 5 ตัว ซึ่งตนมั่นใจว่าเป็นการถูกวางยาอย่างแน่นอน ปัจจุบันพบสุนัขที่มีชีวิตรอดเพียง 4 ตัวเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 10 ตัวยังไม่พบร่องรอย คาดว่าอาจจะวิ่งหนีไปตายในป่าละเมาะใกล้เคียง ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถค้นหาซากได้ทั้งหมด เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจแก่ตนอย่างมาก เนื่องจากสุนัขเหล่านี้ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนรุนแรงให้กับใคร

วางยาเบื่อสุนัขจรจัด ชะอำตายเกลื่อนถนน แม่ค้าเศร้าเร่งล่าตัวคนผิด

แนวทางการจัดการของเจ้าหน้าที่และบทลงโทษตามกฎหมาย

ปศุสัตว์อำเภอชะอำและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ให้คำแนะนำแก่นางอารีรัตน์ ในเรื่องการบริหารจัดการสุนัขจรจัดให้เป็นไปตามระเบียบของท้องถิ่น พร้อมทั้งชี้แจงถึงข้อกฎหมายที่สำคัญ ดังนี้:

  • กฎหมายคุ้มครองสัตว์: การวางยาเบื่อสัตว์ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ⚖️

  • การดูแลสุขภาพสัตว์: ปศุสัตว์จะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาฉีดวัคซีนและดูแลสุขภาพสุนัขที่เหลือ เพื่อสร้างความปลอดภัยและสุขอนามัยในพื้นที่

  • ความปลอดภัยในชุมชน: ทางที่ว่าการอำเภอได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ชะอำ ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในละแวกดังกล่าว

FAQs คำถามที่พบบ่อย

1. การวางยาเบื่อสุนัขมีความผิดทางกฎหมายอย่างไร? การกระทำดังกล่าวถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ มีโทษทางอาญาคือจำคุกและปรับ รวมถึงอาจมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์หากสัตว์นั้นมีเจ้าของ

2. หากพบสัตว์ถูกวางยาเบื่อควรทำอย่างไร? เบื้องต้นควรแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรือแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ทันที และควรระมัดระวังการสัมผัสซากสัตว์หรือสารพิษโดยตรงเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

3. หน่วยงานใดมีหน้าที่ดูแลกรณีสุนัขจรจัดในชุมชน? องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เช่น เทศบาล หรือ อบต.) ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอ มีหน้าที่ในการควบคุมและจัดการสวัสดิภาพสุนัขจรจัด รวมถึงการฉีดวัคซีนและทำหมัน

สรุปข่าว

เหตุการณ์ วางยาเบื่อสุนัขจรจัด ในพื้นที่อำเภอชะอำครั้งนี้ สะท้อนถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์จรจัดในชุมชนที่ยังคงมีอยู่ 🇹🇭 ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองกำลังเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมายคุ้มครองสัตว์ และขอความร่วมมือให้แจ้งเบาะแสหากพบการกระทำที่เข้าข่ายการทารุณกรรมสัตว์ในทุกรูปแบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำรอยอีกครั้ง สรุปใจความสำคัญได้ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเยียวยาสภาพจิตใจผู้ดูแลและควบคุมพื้นที่เพื่อสุขอนามัยของชุมชนเป็นสำคัญ

แชร์บทความ