ม็อบเชียงใหม่ ได้รวมตัวกันอย่างดุเดือดจนเกิดเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณหน้าสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย โดยการชุมนุมครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อบุกยื่นหนังสือเรียกร้องให้ทางการจีนเข้าตรวจสอบและยุติการทำเหมืองแร่ของกลุ่มทุนจีนในพื้นที่ต้นน้ำของประเทศเมียนมา ซึ่งผู้ชุมนุมระบุว่ากิจกรรมดังกล่าวได้ก่อให้เกิดปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทย สร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศและสุขภาพของประชาชน
รายละเอียดเหตุการณ์ บุกยื่นหนังสือถึงประธานาธิบดีจีน
ม็อบเชียงใหม่ ในนามเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก และแม่น้ำโขง จำนวนประมาณ 30-50 คน ได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เพื่อเตรียมยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมพื้นที่ได้นำกำลังพร้อมแผงเหล็กมาจัดตั้งแนวกั้น และพยายามสกัดกั้นขบวนผู้ชุมนุมที่ต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเท้าอ้อมคูเมืองด้านใน ทำให้เกิดความชุลมุนและผลักดันกันไปมาระหว่างสองฝ่าย จนเป็นเหตุให้มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งมีรายงานว่าหนึ่งในนั้นมีอาการไหล่หลุด จนต้องประสานงานรถกู้ภัยนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน 🚨
ม็อบเชียงใหม่ ยังคงปักหลักแสดงจุดยืนอย่างต่อเนื่องแม้จะเกิดเหตุปะทะและสถานการณ์จะมีความตึงเครียด โดยแกนนำเครือข่ายได้ระบุอย่างชัดเจนว่า กลุ่มทุนจีนที่เข้าไปลงทุนทำเหมืองแร่บริเวณพื้นที่ต้นน้ำในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ได้ก่อให้เกิดการปล่อยสารโลหะหนักและมลพิษทางอุตสาหกรรมลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งสารพิษเหล่านี้ได้ไหลรวมลงสู่แม่น้ำสายหลักและส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยนับล้านคนที่ต้องพึ่งพาอาศัยสายน้ำเหล่านี้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร 🇹🇭
เสียงสะท้อนจากพื้นที่ และข้อเรียกร้องด้านสิ่งแวดล้อม
ม็อบเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อสะท้อนภาพปัญหาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการทำเมนู “ลาบปลา” โดยใช้ปลาที่นำมาจากแม่น้ำกก เพื่อสะท้อนถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมและความมั่นคงทางอาหารที่กำลังถูกคุกคามจากสารพิษ ก่อนที่จะมีการอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการจีนร่วมลงพื้นที่กับหน่วยงานของประเทศไทย เพื่อตรวจสอบเหมืองแร่ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล นอกจากนี้ยังขอให้มีการประกาศแผนงานที่ชัดเจนผ่านกลไกความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (Lancang-Mekong Cooperation) เพื่อหาทางยุติการทำลายสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม 💬
ม็อบเชียงใหม่ ได้ส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนผ่านทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของจังหวัดเชียงใหม่และตัวแทนของสถานกงสุลจีนซึ่งออกมารับเรื่องไว้แทน เนื่องจากในวันดังกล่าวสถานกงสุลจีนแจ้งปิดทำการ ภายหลังจากการยื่นหนังสือเสร็จสิ้น กลุ่มผู้ชุมนุมและผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งไว้อาลัย เพื่อเป็นการแสดงออกทางสัญลักษณ์ถึงความเสียใจต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น รวมถึงแสดงความกังวลต่อความรุนแรงจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ก่อนที่ทางกลุ่มจะประกาศยุติการชุมนุมและแยกย้ายกันเดินทางกลับด้วยความสงบเรียบร้อย 🕊️
สรุปสถานการณ์และทิศทางในอนาคต
ม็อบเชียงใหม่ ในครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนที่สำคัญระดับภูมิภาคถึงปัญหาผลกระทบข้ามพรมแดนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจับตาดูต่อไปว่า ทางการจีนและรัฐบาลไทยจะมีการประสานงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมาตามข้อเรียกร้องของประชาชนหรือไม่ ทั้งนี้ เหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นยังสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างการเรียกร้องสิทธิในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประชาชน และการรักษากฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งทุกฝ่ายต่างมุ่งหวังว่าจะมีการแสวงหาทางออกและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนร่วมกันอย่างสันติวิธีและยั่งยืนในอนาคต











