ลดราคาน้ำมันดีเซล ลงอย่างเป็นทางการหลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดราคาขายปลีกกลุ่มดีเซลหมุนเร็ว 1.50 บาทต่อลิตร เพื่อตอบสนองต่อมติของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาคขนส่งและประชาชน แม้สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะยังคงมีความผันผวนสูงอย่างต่อเนื่องก็ตาม 🚛
เจาะลึกมติปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นและการบริหารกองทุนน้ำมันฯ 📉
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้พิจารณาสถานการณ์ราคาพลังงานและฐานะทางการเงินของกองทุนฯ โดยมีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและอัตราเงินชดเชย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ กบง. ที่ต้องการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วสูตร B7 และ B20 โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:
-
กลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา: ปรับลดการชดเชยลง 0.09 บาทต่อลิตร (คงเหลือชดเชยที่ 2.23 บาทต่อลิตร) ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลงทันที 1.50 บาทต่อลิตร โดยราคาใหม่จะอยู่ที่ 40.20 บาทต่อลิตร
-
น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20: ปรับลดการชดเชยลง 0.29 บาทต่อลิตร (คงเหลือชดเชยที่ 8.68 บาทต่อลิตร) ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 1.50 บาทต่อลิตร เช่นกัน โดยราคาใหม่จะอยู่ที่ 33.20 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ การปรับลดราคาดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะตลาดโลกที่ราคาน้ำมันดีเซลปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 171 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับที่ยังคงตึงตัว แต่การบริหารจัดการโครงสร้างภาษีและเงินกองทุนทำให้สามารถปรับลดราคาเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้

สถานการณ์กลุ่มเบนซินและการเสริมสภาพคล่องกองทุน 💬
สำหรับกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์นั้น ที่ประชุมมีมติให้ คงราคาขายปลีกเดิม โดยใช้วิธีปรับปรุงการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการชดเชยแทน เพื่อรักษาสมดุลของกองทุนฯ ดังนี้:
-
น้ำมันเบนซิน: ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนเหลือ 9.79 บาทต่อลิตร
-
แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91: ลดการจัดเก็บเหลือ 2.55 บาทต่อลิตร
-
แก๊สโซฮอล์ E20: เพิ่มการชดเชยเป็น 2.56 บาทต่อลิตร
-
แก๊สโซฮอล์ E85: ลดการจัดเก็บเหลือ 1.79 บาทต่อลิตร
การดำเนินการครั้งนี้ส่งผลบวกโดยตรงต่อฐานะกองทุนน้ำมันฯ โดยสามารถลดภาระรายจ่ายชดเชยจากเดิมที่เคยสูงถึงวันละ 1,200 ล้านบาท ให้ลดลงเหลือเพียงวันละ 107.41 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยสร้างสภาพคล่องและเตรียมความพร้อมในการรับมือกับวิกฤตราคาพลังงานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
FAQs: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปรับราคาน้ำมัน ❓
Q: ราคาน้ำมันใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อใด? A: ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลง 1.50 บาทต่อลิตร จะเริ่มมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ณ สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ
Q: ทำไมราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินถึงไม่มีการปรับลดลง? A: เนื่องจากการปรับลดครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ภาคการขนส่งและต้นทุนสินค้าซึ่งใช้ดีเซลเป็นหลัก ส่วนกลุ่มเบนซินเป็นการบริหารจัดการภายในกองทุนเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินและลดภาระหนี้สะสมของกองทุนน้ำมันฯ
Q: ราคาน้ำมันโลกมีผลอย่างไรต่อการตัดสินใจครั้งนี้? A: แม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะยังทรงตัวในระดับสูง (ดีเซล 171 เหรียญฯ / เบนซิน 131 เหรียญฯ) แต่รัฐบาลใช้กลไกการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นและการบริหารภาษีสรรพสามิตร่วมกับกองทุนน้ำมันฯ เพื่อลดราคาขายปลีกให้ประชาชน
สรุปข่าว: ดีเซลลดราคา เสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน ✨
การตัดสินใจ ลดราคาน้ำมันดีเซล 1.50 บาทต่อลิตรในครั้งนี้ ถือเป็นมาตรการสำคัญในการช่วยลดต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในระยะยาว แม้ว่าผู้ใช้กลุ่มเบนซินจะยังต้องใช้ราคาเดิม แต่การปรับโครงสร้างกองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้จะช่วยให้รัฐบาลมี “กระสุน” หรือเงินทุนสำรองที่เพียงพอในการแทรกแซงราคาหากเกิดความผันผวนรุนแรงในตลาดโลกอีกครั้งในอนาคต โดยประชาชนสามารถเริ่มใช้ราคาน้ำมันใหม่ได้ตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ 24 เมษายนนี้เป็นต้นไป









