การเมืองไทยปลดล็อก! กกต. ไฟเขียวรับรอง สส. ปาร์ตี้ลิสต์ ครบ 100 คน ดันยอดทะลุ 95% เตรียมตั้งรัฐบาล
กรุงเทพมหานคร – วันที่ 4 มีนาคม 2569 ถือเป็นวันแห่งความชัดเจนทางการเมืองไทยและเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะนำพาทิศทางของประเทศก้าวไปข้างหน้า เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกแถลงการณ์สำคัญเกี่ยวกับความคืบหน้าของการรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ชุดที่ 27 ซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ และยุติสภาวะสุญญากาศทางการเมืองที่นักลงทุนและประชาชนต่างเฝ้ารอคอย
มติเอกฉันท์ รับรองปาร์ตี้ลิสต์ 100 ที่นั่ง ไร้ข้อกังขา
ภายหลังจากการประชุมของคณะกรรมการ กกต. ชุดใหญ่ที่กินเวลาอย่างเคร่งเครียดตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ได้มอบหมายให้เลขาธิการ กกต. ออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชนที่มารอปักหลักทำข่าวกันอย่างเนืองแน่น โดยระบุว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ “ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) จำนวน 100 ที่นั่ง” จากทุกพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงถึงเกณฑ์การคำนวณตามกฎหมาย
เลขาธิการ กกต. อธิบายเพิ่มเติมว่า การตรวจสอบการคำนวณสัดส่วนคะแนนดิบ (Popular Vote) ที่ได้รับจากทั่วประเทศ ได้ถูกนำมาคำนวณด้วยสูตรคณิตศาสตร์ที่โปร่งใสและได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่มีข้อทักท้วงใดๆ ที่จะทำให้ผลการคำนวณคลาดเคลื่อน โดยผู้ที่ได้รับการประกาศรายชื่อ สามารถเดินทางมารับหนังสือรับรองได้ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ได้ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ก้าวต่อไป: ทูลเกล้าฯ เปิดประชุมสภา โหวตประธานและนายกฯ
ผลจากการประกาศรับรอง สส. แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 100 ที่นั่งในวันนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเมื่อนำไปรวมกับ สส. แบบแบ่งเขตที่ได้รับการประกาศรับรองผลไปแล้วก่อนหน้านี้จำนวน 396 เขต (จากทั้งหมด 400 เขต โดยเหลือ 4 เขตที่รอการเลือกตั้งและนับคะแนนใหม่) ส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวน สส. ที่ได้รับการรับรองผลอย่างเป็นทางการรวมทั้งสิ้น 496 คน
ตัวเลข 496 คนนี้ คิดเป็นสัดส่วน เกินกว่าร้อยละ 95 (จากจำนวนเต็ม 500 คน) ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้บัญญัติไว้ ว่าหากมี สส. เกินร้อยละ 95 จะสามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้ กลไกทางกฎหมายต่อจากนี้ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะดำเนินการนำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันนี้
ซึ่งวาระที่สำคัญที่สุดและเป็นที่จับตามองของประชาชนรวมถึงนักลงทุนทั้งประเทศ คือการเปิดสภาเพื่อลงมติ “โหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร” ซึ่งบุคคลนี้จะทำหน้าที่เป็นประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง และเป็นผู้นำชื่อของบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป ท่ามกลางบรรยากาศการจับขั้ว ดีลลับ และการเจรจาต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคการเมืองต่างๆ ที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นดุเดือดในขณะนี้









