Picture of adminple
Home » ระทึก ไฟไหม้โรงงานรีไซเคิลยางรถ ควันดำพวยพุ่ง เผาวอดกว่า 40 ล้าน

ระทึก ไฟไหม้โรงงานรีไซเคิลยางรถ ควันดำพวยพุ่ง เผาวอดกว่า 40 ล้าน

แชร์บทความ
ระทึก ไฟไหม้โรงงานรีไซเคิลยางรถ ควันดำพวยพุ่ง เผาวอดกว่า 40 ล้าน

ไฟไหม้โรงงานรีไซเคิลยางรถ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 27 ก.พ. 2569 ภายในพื้นที่ ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในละแวกใกล้เคียง หลังเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงและเกิดควันดำพวยพุ่งปกคลุมท้องฟ้าเป็นวงกว้าง เบื้องต้นประเมินความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท 🕊️

ระดมกำลังควบคุมเพลิง ท่ามกลางควันหนาทึบทั่วบริเวณ

เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในโรงงานรีไซเคิลยางรถยนต์ ซึ่งมีการจัดเก็บยางเก่าและวัสดุไวไฟจำนวนมาก ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ควันดำจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มองเห็นได้จากระยะไกล ส่งผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียง โดยเฉพาะด้านกลิ่นไหม้และคุณภาพอากาศ 📍

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายหน่วยงานถูกระดมกำลังเข้าพื้นที่ พร้อมรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำจำนวนหลายคัน เพื่อสกัดไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่โดยรอบ การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเชื้อเพลิงส่วนใหญ่เป็นยางรถยนต์ ซึ่งติดไฟง่ายและให้ความร้อนสูง

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันพื้นที่โดยรอบเพื่อความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ป้องกันประชาชนเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูดดมควันพิษ

ความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท เร่งสอบสวนหาสาเหตุ

จากการประเมินเบื้องต้น พบว่าเพลิงได้เผาผลาญโครงสร้างอาคาร เครื่องจักร และวัตถุดิบภายในโรงงานจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท 💬 ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ปฏิบัติงานบางรายได้รับการอพยพออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเตรียมเข้าตรวจสอบจุดต้นเพลิงอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งความเป็นไปได้จากไฟฟ้าลัดวงจร หรือปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต

หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมยังได้เข้าตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน พร้อมแนะนำให้ผู้พักอาศัยในละแวกใกล้เคียงสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองและควันในช่วงเกิดเหตุ

สรุปสถานการณ์ล่าสุด

เหตุ ไฟไหม้โรงงานรีไซเคิลยางรถ ครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางทรัพย์สินมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท และสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในระยะสั้น แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ยังต้องติดตามผลการสอบสวนหาสาเหตุอย่างเป็นทางการ รวมถึงมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน พร้อมกำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและลดความเสี่ยงจากอุบัติภัยในลักษณะเดียวกันต่อไป

แชร์บทความ