ความผิดฐานค้ามนุษย์ กลายเป็นประเด็นฉาวโฉ่หลังกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) บุกทลายเครือข่ายลักลอบจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อสนองความต้องการทางเพศ โดยใช้ธุรกิจบริการอาบน้ำสัตว์เลี้ยงบังหน้า พบเหยื่อถูกทารุณกรรมและบังคับให้ทำงานหนักแม้ในช่วงที่มีรอบเดือน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาหลักได้ทั้งหมด 3 ราย พร้อมขยายผลพบเงินหมุนเวียนกว่า 20 ล้านบาท
รายละเอียดการบุกจับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ในพื้นที่ปทุมธานี
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. ได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.5 บก.ปคม. นำหมายจับศาลอาญาเข้าทำการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาประกอบด้วย ว่าที่ ร.ต.หญิง เวย์ฆญาภัทส์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี, นายธวัชชัย อายุ 32 ปี และ น.ส.ยุวดี อายุ 38 ปี ในข้อหาสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ⚖️
📍 สถานที่เกิดเหตุ: เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักและอาคารเป้าหมายในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเดิมถูกเปิดเป็นร้าน “บริการอาบน้ำแมว” เพื่อพรางตาเจ้าหน้าที่และบุคคลภายนอก แต่เบื้องหลังกลับเป็นสถานบริการทางเพศที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบมานานกว่า 7 ปี

พฤติการณ์สุดสลด: บังคับใช้ “ลูกเจี๊ยบ” และการใช้ความรุนแรง
จากการขยายผลร่วมกับมูลนิธิ International Protection Alliance (IPA) และมูลนิธิ Our Rescue ประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือ น.ส.กวาง (นามสมมติ) อายุ 16 ปี พบข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของพนักงาน 💬
-
การบังคับใช้แรงงาน: เด็กในร้านต้องรับลูกค้าเฉลี่ยวันละ 7 คน และต้องทำงานติดต่อกันให้ครบ 30 วันจึงจะได้รับเงินเดือน
-
วิธีการทารุณ: หากพนักงานคนใดมีประจำเดือนแต่ถูกลูกค้าเลือก เจ้าของร้านจะบังคับให้ใช้ฟองน้ำหรือที่เรียกกันในวงการว่า “ลูกเจี๊ยบ” ยัดใส่ในอวัยวะเพศเพื่อซับเลือดและให้บริการทางเพศแก่ลูกค้าตามปกติ
-
การลงโทษ: หากดูแลลูกค้าไม่ถูกใจ จะถูกนายธวัชชัยด่าทอและทำร้ายร่างกายด้วยการตบตี
จากการตรวจค้นเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบของกลางเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ถุงยางอนามัยกว่า 500 ชิ้น และโหลบรรจุฟองน้ำ (ลูกเจี๊ยบ) จำนวนมาก ซึ่งเป็นหลักฐานมัดตัวกลุ่มผู้ต้องหาอย่างชัดเจน 📦

ผลการสอบสวนและเส้นทางการเงิน
ในการสอบปากคำเบื้องต้น ว่าที่ ร.ต.หญิง เวย์ฆญาภัทส์ และสามี ยอมรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของกิจการจริง โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการค้าประเวณีทั้งในรูปแบบออนไลน์และลูกค้าที่เดินทางมาเอง (Walk-in) รายได้ต่อวันหลังหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 7,000 ถึง 20,000 บาท
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า มีบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกว่า 10 บัญชี มีเงินหมุนเวียนรวมกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาการเปิดกิจการที่ยาวนาน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก 1 ราย ซึ่งเป็นหลานสาวแท้ๆ ของเจ้าของร้าน ที่ถูกดึงเข้าสู่ขบวนการตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี 📱
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
1. “ลูกเจี๊ยบ” คืออะไรในบริบทของข่าวนี้? คือฟองน้ำขนาดเล็กที่ใช้สำหรับอุดหรือกั้นประจำเดือน เพื่อให้พนักงานบริการสามารถให้บริการทางเพศได้ในขณะที่มีรอบเดือน ซึ่งถือเป็นการละเมิดสุขภาวะและสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง
2. ผู้ต้องหาได้รับโทษในข้อหาใดบ้าง? ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาสมคบกันกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์, แสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีเด็ก และความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับในอัตราที่สูง
3. ปัจจุบันร้าน “สปาแมว” ดังกล่าวยังเปิดอยู่หรือไม่? ปัจจุบันร้านดังกล่าวได้ปิดตัวลงแล้ว และได้เปลี่ยนรูปแบบไปเป็นการนัดหมายผ่านบ้านพักส่วนตัวก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่บุกจับกุมในที่สุด
สรุปข่าวการทลายเครือข่ายค้ามนุษย์
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงภัยสังคมที่แฝงตัวมาในรูปแบบของธุรกิจบริการทั่วไป การจับกุมว่าที่ ร.ต.หญิง และพวกในครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรขบวนการ ค้ามนุษย์ รายใหญ่ในย่านปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองและเยียวยาตามกฎหมาย พร้อมส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดดำเนินคดีตามหลักฐานที่ปรากฏอย่างเด็ดขาด









