Picture of Yupnews
Home » หุ้นไทยดิ่ง 100 จุด! “กอบศักดิ์” บี้รัฐเร่งหาแหล่งน้ำมันสำรอง หวั่นสงครามยืดเยื้อกระทบเศรษฐกิจจริง

หุ้นไทยดิ่ง 100 จุด! “กอบศักดิ์” บี้รัฐเร่งหาแหล่งน้ำมันสำรอง หวั่นสงครามยืดเยื้อกระทบเศรษฐกิจจริง

แชร์บทความ
กอบศักดิ์

วันที่ 4 มีนาคม 2569 ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงเทขายอย่างหนักจนดัชนีปรับตัวลดลงกว่า 100 จุด หรือประมาณ 8% ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต้องประกาศใช้มาตรการหยุดพักการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) เป็นครั้งที่ 7 ในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของนักลงทุนต่อสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยทางด้าน กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ออกมาวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ตลาดหุ้นไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้รับผลกระทบหนักกว่าภูมิภาคอื่น เป็นเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนที่สูงมาก 📉

วิกฤตพลังงานจากช่องแคบฮอร์มุซและการพึ่งพานำเข้าของไทย

ประธาน FETCO ระบุว่าจุดเปราะบางสำคัญอยู่ที่เส้นทางการขนส่งพลังงานบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหากสถานการณ์การสู้รบขยายวงกว้างจนมีการปิดเส้นทางดังกล่าว จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อน้ำมันดิบที่ไทยนำเข้ามาใช้ในประเทศ ความกังวลนี้ทำให้นักลงทุนเร่งลดความเสี่ยงด้วยการขายหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการผลิตที่ต้องใช้ต้นทุนพลังงานสูง แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยจะยังมีความแข็งแกร่งและมีกระแสเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่องในช่วงต้นปี แต่ปัจจัยลบด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้กลายเป็นพายุที่ซัดเข้าหาตลาดทุนไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ 📍

ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เกิดความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้นในระยะถัดไป สิ่งนี้จะกดดันกำลังซื้อของประชาชนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทยอย่างหนัก หากรัฐบาลไม่มีแผนรองรับที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานภายในประเทศ 💬

ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการหา “ก๊อกสอง-ก๊อกสาม” เพื่อความอยู่รอด

จากคาดการณ์ที่ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจยืดเยื้อเกินกว่า 4 สัปดาห์ นาย กอบศักดิ์ จึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งวางแผนบริหารจัดการน้ำมันสำรองให้เพียงพอสำหรับช่วง 1 เดือนข้างหน้าเป็นอย่างน้อย พร้อมเสนอให้มีการเจรจาหาแหล่งนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากแหล่งใหม่ๆ นอกเหนือจากตะวันออกกลาง เช่นเดียวกับที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียเริ่มดำเนินการ เพื่อสร้าง “ก๊อกสองและก๊อกสาม” ในการสำรองพลังงานให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก 📍

นอกจากแผนระยะสั้นแล้ว ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งรัดนโยบายพลังงานทดแทน ทั้งการติดตั้งโซลาร์เซลล์และการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้เกิดขึ้นจริงในวงกว้าง เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันในระยะยาวและสร้างภูมิคุ้มกันทางโครงสร้างให้แก่เศรษฐกิจไทย ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่ความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญกว่าการรอให้วิกฤตลุกลามจนคุมไม่อยู่ 🕊️

สรุปภาพรวมและคำแนะนำสำหรับนักลงทุนในภาวะตลาดผันผวน

โดยสรุปแล้ว การร่วงลงของดัชนีหุ้นไทยกว่า 100 จุดในครั้งนี้ เป็นเพียงสัญญาณเตือนล่วงหน้าถึงผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ไทยไม่สามารถควบคุมได้ 🏛️

หลังจากนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการสื่อสารที่โปร่งใสของภาครัฐเกี่ยวกับแผนสำรองพลังงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดการกักตุนน้ำมันของประชาชน สำหรับนักลงทุนแนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและใช้ “เงินเย็น” ในการถือครองสินทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในภาพใหญ่ยังคงมีศักยภาพในการฟื้นตัวเมื่อพายุความขัดแย้งเริ่มคลี่คลายลง

แชร์บทความ