โก๊ะตี๋ อารามบอย หรือ นายเจริญพร อ่อนละม้าย นักแสดงตลกชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวในอดีตผ่านรายการ “คนล้มลุก” ดำเนินรายการโดย ดร.อั๋น ภูวนาท คุนผลิน ยอมรับว่าเคยประสบปัญหาลืมตัวจากชื่อเสียงที่เข้ามาอย่างรวดเร็วในช่วงวัยรุ่น จนเกือบเกิดข้อพิพาทกับผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงอย่าง “ต๋อย-ไตรภพ ลิมปพัทธ์” นอกจากนี้ยังเปิดเผยถึงจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตจากการเข้าไปพัวพันกับยาเสพติดชนิดรุนแรง โดยเสพมากสุดถึงวันละ 30 เม็ด ก่อนจะสามารถหักดิบและกลับตัวได้สำเร็จในปัจจุบัน
เส้นทางจากเด็กวัดสู่ความดัง และบทเรียนจากการ “ลืมตัว”
นักแสดงตลกชื่อดังย้อนความหลังว่า ตนเองเริ่มต้นมาจากวงการลิเกและก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากการเป็นเด็กวัด โดยได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ในวงการหลายท่าน จนกระทั่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในวัยเพียง 16–19 ปี มีรายได้และงานล้นมือในแต่ละวัน ซึ่งความโด่งดังที่เข้ามาอย่างรวดเร็วในขณะที่ยังเป็นเยาวชน ทำให้ไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกของตนเองได้ จนเกิดพฤติกรรมหลงระเริง
โก๊ะตี๋ ยอมรับว่าในอดีตเคยแสดงกิริยาไม่เหมาะสมผ่านเลขาธิการส่วนตัวของ นายไตรภพ ลิมปพัทธ์ เนื่องจากปัญหาตารางงานสับหลีกไม่ลงตัว และความต้องการพักผ่อน โดยได้กล่าววาจาในลักษณะที่ปฏิเสธการร่วมงานอย่างไม่เหมาะสม อย่างไรก็ดี โชคดีที่ข้อความดังกล่าวไม่ได้ถูกส่งต่อไปถึงนายไตรภพ เนื่องจากทีมงานมีความรักและเข้าใจในข้อจำกัดของตนในเวลานั้น ซึ่งหากเรื่องราวดังกล่าวถูกรายงานออกไป อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตในวงการบันเทิงและโอกาสในการร่วมงานในอนาคตอย่างแน่นอน

มรสุมชีวิตสู่ปัญหายาเสพติดขั้นรุนแรง
ในส่วนของปัญหายาเสพติด โก๊ะตี๋ ระบุว่าตนเองเคยมีพฤติกรรมใช้สารกระตุ้นประเภทเครื่องดื่มชูกำลังมาตั้งแต่เด็กเนื่องจากภาระงาน แต่เมื่อก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัวและมีรายได้จำนวนมาก ประกอบกับความเครียดจากการทำงานหนัก 3–4 รายการต่อวัน จึงเป็นข้ออ้างในการหันไปพึ่งพายาเสพติด (ยาบ้า) โดยช่วงที่ติดหนักที่สุดมีสถิติการเสพสูงถึงวันละ 30 เม็ด
พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้ร่างกายและสมองทรุดโทรมอย่างหนัก มีอาการนอนไม่หลับติดต่อกันหลายวัน และส่งผลกระทบต่อการทำงาน จนกระทั่งถึงจุดวิกฤตที่เกิดอาการคุ้มคลั่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้นายแฮ็ค ซึ่งเป็นผู้ดูแลและร่วมงานกันมานาน ยื่นคำขาดให้เลือกระหว่างสารเสพติดหรือความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง
“มึงต้องเลือก ถ้ามึงเลือกมันพี่จะออกจากชีวิตมึง แต่ถ้ามึงเลือกพี่ไปจากมันซะ” คำกล่าวเตือนสติจากคนใกล้ชิดที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

จุดหักดิบและชัยชนะเหนือนรกในใจ
คำยื่นคำขาดดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ โก๊ะตี๋ ตัดสินใจนำยาเสพติดที่เหลืออยู่กว่า 100 เม็ด ทิ้งลงชักโครกทันที และเริ่มต้นกระบวนการ “หักดิบ” เพื่อเลิกยาสารเสพติดภายในห้องพัก โดยต้องเผชิญกับภาวะลงแดงและอาการถอนยาอย่างรุนแรง ทั้งอาการสั่น ปวดกระดูก และทรมานทางร่างกายอย่างสาหัสเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยมีคนใกล้ชิดคอยพยุงและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิดจนสามารถผ่านพ้นวิกฤตดังกล่าวมาได้
ปัจจุบัน โก๊ะตี๋ ยืนยันว่าตนเองมีความเกลียดชังในสิ่งเสพติดดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากมันได้ทำลายช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตและสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนรอบข้าง พร้อมทั้งฝากข้อคิดเตือนใจแก่ประชาชนและผู้ที่กำลังประสบปัญหานี้ว่า การจะเลิกยาเสพติดได้อย่างเด็ดขาดนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ใจของตนเอง” และเตือนเยาวชนรุ่นหลังว่าอย่าคิดริเริ่มทดลองเด็ดขาด เพราะสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนนรกในชีวิตจริง

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q: เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างโก๊ะตี๋กับคุณไตรภพ ลิมปพัทธ์ จบลงอย่างไร? A: ในความเป็นจริงไม่ได้เกิดความขัดแย้งโดยตรง เนื่องจากเลขาธิการของคุณไตรภพ (พี่ลัก) ได้ช่วยกลั่นกรองข้อความและไม่ได้นำคำพูดที่รุนแรงในอดีตไปรายงานต่อคุณไตรภพ ทำให้โก๊ะตี๋ยังคงได้รับโอกาสในการทำงานร่วมกันในเวลาต่อมา เช่น รายการครัวคุณต๋อย
Q: วิธีการเลิกยาเสพติดของโก๊ะตี๋ใช้วิธีการใด? A: โก๊ะตี๋ใช้วิธีการ “หักดิบ” หรือการหยุดเสพโดยทันทีด้วยตนเอง โดยอาศัยกำลังใจจากคนใกล้ชิดและความตั้งใจจริง ซึ่งต้องผ่านความทรมานทางร่างกายจากอาการถอนยาอย่างรุนแรงเป็นเวลาหลายวัน ทั้งนี้ ทางการแพทย์แนะนำว่าการบำบัดรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
สรุปข่าว
การออกมาเปิดเผยเรื่องราวในอดีตของ โก๊ะตี๋ อารามบอย ผ่านรายการคนล้มลุกในครั้งนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสะท้อนให้เห็นถึงภัยอันตรายของยาเสพติด และผลกระทบของการขาดวุฒิภาวะในช่วงที่ประสบความสำเร็จสูงสุด อย่างไรก็ตาม ชัยชนะในการเลิกยาสารเสพติดด้วยความเด็ดเดี่ยวของตนเองและกำลังใจจากคนรอบข้าง ถือเป็นตัวอย่างในการกลับตัวและเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเชิงสร้างสรรค์ต่อไป









