กรมเจ้าท่า โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ยกระดับมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยทางน้ำอย่างเข้มงวด หลังเกิดเหตุสลดเรือสปีดโบ๊ทระเบิดและเพลิงไหม้ขณะซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ ณ ท่าเทียบเรือโคโค่เพียร์ จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายรายและยืนยันพบผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยอธิบดีกรมเจ้าท่าสั่งการด่วนให้เร่งหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในอนาคต 🚤🔥

🔍 เปิดรายละเอียดนาทีระเบิด สปีดโบ๊ท “เตกีล่า” เพลิงเผาวอดขณะซ่อมบำรุง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 6 เมษายน 2569 บริเวณท่าเทียบเรือโคโค่เพียร์ ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยเรือที่เกิดเหตุคือเรือชื่อ “เตกีล่า” หมายเลขทะเบียน 685101413 ขนาด 11.18 ตันกรอส ซึ่งเป็นเรือบรรทุกคนโดยสารประเภทเรือเร็ว (สปีดโบ๊ท 2 ท้อง) ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าใบอนุญาตใช้เรือเพิ่งหมดอายุลงเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างรอการดำเนินการต่ออายุ
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ขณะเกิดเหตุกลุ่มช่างและคนประจำเรือกำลังดำเนินการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์อยู่ แรงระเบิดส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงและโครงสร้างหลังคาเรือยุบตัวลงมา ทำให้มีผู้บาดเจ็บรวม 5 ราย แบ่งเป็นชาย 4 ราย และหญิง 1 ราย ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัสจากการถูกไฟไหม้ตามร่างกายกว่า 50% รวมอยู่ด้วย 🏥🚑

💬 สรุปยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ พร้อมคำสั่งเร่งเยียวยาจากผู้บริหาร
นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดว่า เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังค้นหาผู้สูญหาย 1 ราย คือ นายคมเพชร หวานดี ซึ่งทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ (ไกด์) โดยภายหลังจากการลากซากเรือไปเกยตื้นบริเวณใกล้เกาะตะเภาใหญ่เพื่อความปลอดภัยและสะดวกต่อการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้พบร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใต้โครงสร้างเรือที่พังถลาลงมา 🕊️
รายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้นประกอบด้วย:
-
นายนิวัฒน์ ดวงมณี (อาการสาหัส) ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลดีบุก
-
นายคมกริช อรุณเดช (อาการสาหัส มีบาดแผลไฟไหม้ 50%) ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
-
นายชุติเดช อธิสุชาธิต (บาดแผลไฟไหม้ 20%) ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลดีบุก
-
นายมูฮำมัดฮูซาม เตียงน้อย (บาดแผลไฟไหม้บริเวณใบหน้า)
-
น.ส.ปิยธิดา โปจีน (บาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณข้อเท้า)
ในส่วนของมาตรการเยียวยา พบว่ากรมธรรม์ประกันภัยผู้โดยสารจะหมดอายุในวันที่ 10 เมษายน 2569 ซึ่งยังอยู่ในระยะเวลาคุ้มครอง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งประสานงานเพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

📋 ขีดเส้นตาย 7 วัน ตั้งกรรมการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง
อธิบดีกรมเจ้าท่าเน้นย้ำว่า ได้สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยกำหนดให้ สรุปผลการสอบสวนภายใน 7 วัน เพื่อตรวจสอบว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความประมาท การละเลยมาตรฐานความปลอดภัยในการซ่อมบำรุง หรือข้อบกพร่องทางเทคนิคของอุปกรณ์เรือ 🛡️
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับเรือที่จอดซ่อมบำรุงทุกลำ แม้จะเป็นช่วงที่ใบอนุญาตสิ้นสุดและอยู่ระหว่างเตรียมต่ออายุ โดยจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยของกรมเจ้าท่าอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและขนส่งทางน้ำของจังหวัดภูเก็ตต่อไป 🇹🇭 สรุปสาระสำคัญของเหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ในการเพิ่มความระมัดระวังในช่วงการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยสูง









