Picture of saul goodman
Home » พาณิชย์ผนึกพลังงาน ตรึงราคาน้ำมันดีเซล 30 บาท รับมือสงครามอิหร่าน

พาณิชย์ผนึกพลังงาน ตรึงราคาน้ำมันดีเซล 30 บาท รับมือสงครามอิหร่าน

แชร์บทความ

รัฐบาลเร่งอุ้มประชาชน! เคาะมติ “ตรึงดีเซล 30 บาท” สกัดเงินเฟ้อพุ่งรับแรงกระแทกวิกฤตตะวันออกกลาง

กรุงเทพมหานคร – สืบเนื่องจากข้อสั่งการด่วนของนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (3 มี.ค.) ที่แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ไฟสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (ช่องแคบฮอร์มุซ) ความตื่นตระหนกดังกล่าวได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก (ทั้ง Brent และ WTI) ทะยานพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สร้างความหวั่นวิตกให้กับภาคอุตสาหกรรมและประชาชนชาวไทยถึงภาระค่าครองชีพที่อาจเพิ่มขึ้น

งัดกองทุนน้ำมัน อุ้มดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร ต่ออีก 3 เดือน

เพื่อเป็นการดับไฟแต่ต้นลม เช้าตรู่วันที่ 4 มีนาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เป็นวาระฉุกเฉิน โดยมีตัวแทนระดับสูงจากกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วมหารือด้วย เพื่อประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงและหามาตรการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทย

ภายหลังการประชุมหารืออย่างเคร่งเครียด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ใช้กลไกของ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” เข้ามาอุดหนุนราคาขายปลีกภายในประเทศอย่างเต็มกำลัง โดยมีเป้าหมายหลักคือการ “ตรึงราคาน้ำมันดีเซล” ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ต่อไปอีกอย่างน้อย 3 เดือน (จนถึงเดือนมิถุนายน 2569)

“แม้ในปัจจุบันสถานะทางบัญชีของกองทุนน้ำมันฯ จะยังมีหนี้สินสะสมอยู่บ้าง แต่รัฐบาลขอยืนยันว่าจะบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างสุดความสามารถ รวมถึงเจรจาขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินของรัฐมาเสริมสภาพคล่องกองทุนเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ภาระต้นทุนด้านพลังงานโลกที่ผันผวนนี้ ไปตกหนักอยู่ที่ประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งในประเทศ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานย้ำ

พาณิชย์ส่งสายตรวจคุมเข้ม ห้ามพ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา

ในขณะเดียวกัน ทางด้านตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ ได้ระบุถึงแผนการทำงานคู่ขนานเพื่อดูแลปากท้องของประชาชน โดยอธิบดีกรมการค้าภายใน จะส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจเฉพาะกิจ ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพตามตลาดสด ตลาดค้าส่ง และห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศอย่างเข้มงวด

“เหตุผลสำคัญที่เราต้องยอมใช้เงินกองทุนมาตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ เพราะดีเซลคือต้นทุนหลักของภาคโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้า เมื่อต้นทุนตรงนี้ไม่ขยับ ย่อมหมายความว่าผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า จะไม่มีข้ออ้างในการขอปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค หากเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจพบว่ามีร้านค้าใดฉวยโอกาสกักตุนสินค้า ปฏิเสธการจำหน่าย หรือปรับขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรม จะถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ขั้นเด็ดขาดทันที โดยมีโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” กระทรวงพาณิชย์กล่าวย้ำเตือนเพื่อป้องปรามการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค

แชร์บทความ