พาณิชย์ภูเก็ต เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์การจำหน่ายน้ำมะพร้าวราคาสูงถึงลูกละ 150 บาท บริเวณหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสถานการณ์การค้าและกำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยว 🏝️
การลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสถานการณ์ราคาจำหน่าย
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 นางสาววรนิษฐ์ อภิรัฐจิรวงษ์ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและดูแลการพาณิชย์ ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองป่าตอง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีผู้ใช้ TikTok เผยแพร่คลิปวิดีโอระบุว่าซื้อน้ำมะพร้าวในราคาลูกละ 150 บาท บริเวณชายหาดป่าตอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว 📍
จากการสำรวจร้านค้าและกลุ่มผู้จำหน่ายสินค้าเร่บริเวณหน้าหาดป่าตอง พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการแสดงราคาจำหน่ายชัดเจน โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ลูกละ 100 บาท ขณะที่ร้านค้าในพื้นที่ถัดออกมาจากริมชายหาดมีการจำหน่ายในราคาประมาณ 50 – 80 บาท ทั้งนี้ ไม่พบร้านค้าที่จำหน่ายในราคา 150 บาทตามที่ปรากฏในข่าว ณ ช่วงเวลาที่ตรวจสอบ แต่เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกข้อมูลและตักเตือนผู้ค้าในพื้นที่ทุกรายให้รักษามาตรฐานราคาที่เป็นธรรม

ชี้แจงปัจจัยด้านต้นทุนและปัญหาผู้ค้าแอบแฝง
จากการสอบสวนเชิงลึกด้านโครงสร้างต้นทุน พาณิชย์ภูเก็ต พบข้อมูลว่าผู้ประกอบการมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจ โดยมะพร้าวลูกคว้านมีต้นทุนรับซื้ออยู่ที่ลูกละ 30 – 40 บาท ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและค่าขนส่ง นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าปริมาณน้ำแข็งที่ใช้รักษาความสดสะอาดยืนพื้นตลอดทั้งวัน รวมถึงความเสี่ยงจากการที่สินค้าเน่าเสียได้ง่ายซึ่งต้องคัดทิ้งภายในระยะเวลา 3 วัน 🧊
“เราเข้าใจในส่วนของต้นทุนที่ผู้ประกอบการแบกรับ แต่การตั้งราคาต้องสอดคล้องกับความเป็นจริงและไม่เป็นการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับโลกอย่างป่าตอง” เจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดระบุ 💬
นอกจากประเด็นเรื่องราคา เจ้าหน้าที่ยังได้รับข้อมูลว่าอาจมีบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตจากวิสาหกิจชุมชน แอบแฝงเข้ามาจำหน่ายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่มีคนพลุกพล่าน ซึ่งกลุ่มนี้มักไม่ปฏิบัติตามระเบียบการติดป้ายแสดงราคา โดยทางเทศบาลเมืองป่าตองจะเพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันพื้นที่ให้มากขึ้น

ยกระดับมาตรการควบคุมและบทลงโทษตามกฎหมาย
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตได้เตรียมประสานงานกับเทศบาลเมืองป่าตอง เพื่อจัดประชุมชี้แจงและซักซ้อมความเข้าใจกับผู้ประกอบการในระหว่างวันที่ 27 – 30 เมษายน 2569 นี้ โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติตาม ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 68 พ.ศ. 2568 เรื่องการแสดงราคาสินค้าและค่าบริการอย่างเคร่งครัด 📝
หากตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการรายใดเจตนาฝ่าฝืน ไม่ติดป้ายแสดงราคา หรือจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร (Overcharge) จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือหากเป็นการฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันควร อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ⚖️

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q: หากนักท่องเที่ยวเจอสินค้าแพงเกินจริงในภูเก็ตควรทำอย่างไร? A: สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือแจ้งเจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ โดยควรมีหลักฐานภาพถ่ายร้านค้าหรือใบเสร็จรับเงินเพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบ
Q: ราคามาตรฐานของน้ำมะพร้าวในแหล่งท่องเที่ยวควรอยู่ที่เท่าไหร่? A: ราคาอาจแตกต่างกันตามสถานที่และค่าบริการ แต่โดยปกติจะอยู่ที่ 60 – 100 บาท หากสูงเกินกว่านี้ผู้บริโภคควรตรวจสอบป้ายราคาให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ
สรุปข่าว
กรณีดราม่ามะพร้าวราคา 150 บาทที่หาดป่าตอง พาณิชย์ภูเก็ต ได้เข้าตรวจสอบและพบว่าราคาเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ 100 บาท พร้อมชี้แจงว่าต้นทุนการจัดการและความเสี่ยงของสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้สั่งคุมเข้มให้มีการติดป้ายราคาชัดเจน และเตรียมเรียกผู้ประกอบการเข้าอบรมเพื่อสร้างมาตรฐานการค้าที่เป็นธรรม ป้องกันผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในระยะยาว







