พรรครักชาติได้ดำเนินการเคลื่อนไหวเชิงรุกในเวทีระดับนานาชาติ ด้วยการยื่นหนังสือถึงองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ณ สำนักงานใหญ่โดยตรง การยื่นหนังสือครั้งนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจน 2 ประการ คือการเรียกร้องให้องค์กรยกระดับมาตรฐานและกลไกการป้องกันปัญหาการขโมยหรือลอกเลียนทรัพย์สินทางวัฒนธรรมโดยประเทศกัมพูชา และเพื่อแสดงความขอบคุณที่ยูเนสโกให้การยอมรับและเห็นความสำคัญของมรดกวัฒนธรรมไทยมาอย่างต่อเนื่อง
จี้วางมาตรฐานสากล ป้องปัญหาขโมยวัฒนธรรม
ประเด็นหลักในหนังสือที่พรรครักชาติได้ยื่นต่อยูเนสโก คือการแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อปัญหาการอ้างสิทธิ์หรือนำมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของไทยไปใช้โดยประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา ซึ่งสร้างความสับสนและอาจนำไปสู่ข้อพิพาทระหว่างประเทศได้ ทางพรรคจึงเรียกร้องให้ยูเนสโกในฐานะองค์กรกลางเข้ามามีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานและแนวปฏิบัติสากลที่ชัดเจนและรัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรมของแต่ละชาติอย่างเป็นธรรม การมีกลไกที่มีประสิทธิภาพจะช่วยป้องกันปัญหาการฉกฉวยทางวัฒนธรรม (Cultural Appropriation) และสร้างบรรทัดฐานให้ทุกประเทศเคารพในเอกลักษณ์และความเป็นเจ้าของวัฒนธรรมของชาติอื่น ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์อันดีในประชาคมโลก
บทสรุปและท่าทีในเวทีโลก
นอกเหนือจากข้อเรียกร้องแล้ว พรรครักชาติยังได้ใช้โอกาสนี้ในการแสดงความขอบคุณอย่างเป็นทางการต่อยูเนสโก สำหรับบทบาทในการส่งเสริมและให้ความสำคัญกับมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไทยที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก หรือมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ การแสดงความขอบคุณนี้ถือเป็นการทูตเชิงวัฒนธรรมที่เน้นย้ำถึงความเชื่อมั่นที่ประเทศไทยมีต่อองค์กร และเป็นการส่งสัญญาณว่าไทยพร้อมร่วมมือในการพิทักษ์มรดกร่วมกันของมนุษยชาติ สรุปได้ว่าการเคลื่อนไหวของพรรครักชาติในครั้งนี้เป็นการดำเนินการสองแนวทาง คือทั้งการป้องกันเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาในอนาคต และการสานสัมพันธ์เชิงบวกเพื่อยืนยันบทบาทของไทยในเวทีวัฒนธรรมโลก







