หาดราไวย์ นักท่องเที่ยวเปลือยกาย กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในจังหวัดภูเก็ต หลังมีรายงานว่าพบนักท่องเที่ยวบางส่วนเปลือยกายอาบแดดและเล่นน้ำทะเลบริเวณชายหาดในพื้นที่ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจท่องเที่ยวและฝ่ายปกครอง ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมเร่งดำเนินมาตรการควบคุมความเหมาะสมของการใช้พื้นที่สาธารณะ 📍
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์และจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งแสดงความกังวลต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่อาจไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและกฎหมายของประเทศไทย
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ พร้อมติดป้ายหลายภาษา
รายงานระบุว่า บริเวณชายหาดดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้แหลมพรหมเทพ ในพื้นที่ตำบลราไวย์ โดยเป็นชายหาดที่ค่อนข้างลับตา ต้องเดินเท้าเข้าไปตามเส้นทางธรรมชาติประมาณ 600–800 เมตร และเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติในชื่อ “Shadow Beach” ซึ่งมีการรวมตัวของนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่นิยมเปลือยกายอาบแดดและเล่นน้ำทะเล 🏖️
จากการตรวจสอบของหน่วยงานในพื้นที่ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นชายหาดสาธารณะ ไม่ได้มีผู้ใดถือครองกรรมสิทธิ์ และไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการในการเข้าใช้พื้นที่
เพื่อแก้ไขปัญหา เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ลงพื้นที่ตรวจตรา พร้อมติดตั้งป้ายแจ้งเตือนหลายภาษา เพื่อแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบถึงข้อห้ามเกี่ยวกับการเปลือยกายในพื้นที่สาธารณะ และขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามกฎหมายและวัฒนธรรมของประเทศไทย
ชุมชนตั้งคำถามความเหมาะสม หวั่นกระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยว
ก่อนหน้านี้ ประชาชนในพื้นที่ตำบลราไวย์ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ใช้ชายหาดสาธารณะในการเปลือยกาย ซึ่งอาจกระทบต่อความรู้สึกของคนในชุมชน รวมถึงภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต 💬
รายงานระบุว่า นักท่องเที่ยวที่ใช้พื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติจากยุโรปและรัสเซีย รวมถึงชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในภูเก็ต โดยมีการใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่องมานานเกือบหนึ่งปี และมักมาใช้พื้นที่ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงช่วงเย็นของแต่ละวัน
ตัวแทนชุมชนบางส่วนระบุว่า แม้จะเข้าใจว่าวัฒนธรรมของบางประเทศอาจมีการเปลือยกายอาบแดดเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อเป็นพื้นที่สาธารณะในประเทศไทย ก็ควรอยู่ภายใต้กฎหมายและวัฒนธรรมของท้องถิ่น
กฎหมายไทยห้ามเปลือยกายในที่สาธารณะ
ในด้านกฎหมาย การเปลือยกายในที่สาธารณะถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 388 ฐานกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ทางจังหวัดภูเก็ตจึงกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจในพื้นที่ และฝ่ายปกครอง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ชายหาด และหากพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จะมีการตักเตือนหรือดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 🛂
นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับภาคธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และบริษัทนำเที่ยว เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบและวัฒนธรรมของประเทศไทยให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่
สรุปสถานการณ์
กรณี หาดราไวย์ นักท่องเที่ยวเปลือยกาย ถือเป็นประเด็นที่สะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก โดยหน่วยงานรัฐได้เร่งดำเนินมาตรการตรวจสอบและติดตั้งป้ายแจ้งเตือน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและวัฒนธรรมของไทย
ขณะเดียวกัน ชุมชนในพื้นที่ยังคงเรียกร้องให้มีการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเหมาะสมของการใช้พื้นที่สาธารณะ และคงภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ 🇹🇭









