จับนอแรด กลายเป็นประเด็นสำคัญที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังให้ความสนใจอย่างยิ่ง โดยเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติงานของคณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วม (C.I.Q.) ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่สามารถสกัดกั้นการลักลอบนำเข้านอแรดจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จตามนโยบายคุมเข้มการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

รายละเอียดการจับกุมและการอำพรางรูปแบบใหม่
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่พบพฤติการณ์ที่น่าตกใจของกลุ่มขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ซึ่งมีการพัฒนารูปแบบการตบตาเจ้าหน้าที่อย่างซับซ้อน โดยของกลางที่ตรวจพบประกอบด้วย นอแรดจำนวน 5 ชิ้น (แบ่งเป็น 4 ท่อน) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มกว่า 12.77 กิโลกรัม 📦
สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้แก่ชุดจับกุมคือ วิธีการอำพรางที่ใช้เปลือกไม้ห่อหุ้มรอบนอแรด ก่อนจะทำการหล่อทับด้วยวัสดุที่มีลักษณะคล้ายเรซิ่นเพื่อเลียนแบบธรรมชาติและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ โดยซุกซ่อนมาในกระเป๋าเดินทางทรงแข็งจำนวน 2 ใบ อย่างไรก็ตาม ด้วยประสิทธิภาพของเครื่องเอกซเรย์และความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ศุลกากร ทำให้พบวัตถุที่มีความหนาแน่นผิดปกติจนนำไปสู่การตรวจค้นและจับกุมในที่สุด
“สุชาติ” ชื่นชมเจ้าหน้าที่ พร้อมสั่งการขยายผลระดับสากล
นายอรรถพล ระบุว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. ได้ฝากคำขอบคุณและร่วมแสดงความยินดีกับทีมเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและมีไหวพริบในการสังเกตความผิดปกติ 💬 โดย รมว.ทส. ได้เน้นย้ำว่าการจับนอแรดในครั้งนี้ต้องไม่จบลงเพียงแค่การยึดของกลาง แต่ต้องนำไปสู่การทลายโครงข่ายขบวนการในระดับมหภาค

📍 ข้อสั่งการเร่งด่วนจาก รมว.ทส.:
-
สืบสวนเชิงลึก: มอบหมายให้กรมอุทยานฯ ประสานข้อมูลกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อขยายผลหาตัวการใหญ่
-
ประสานระหว่างประเทศ: ติดต่อประสานงานกับประเทศต้นทางที่คาดว่าเป็นแหล่งที่มา และประเทศปลายทางที่เป็นตลาดรับซื้อ เพื่อตัดวงจรการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ
-
ตรวจสอบหลักฐานดิจิทัล: เร่งตรวจสอบข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องที่ยึดได้จากผู้ต้องหาเพื่อหาความเชื่อมโยงถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่น
ข้อกฎหมายและการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด
ในส่วนของการดำเนินคดี คณะเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาในสถานหนัก โดยครอบคลุมกฎหมายหลักถึง 3 ฉบับ เพื่อให้เกิดความเข็ดขยับและเป็นบรรทัดฐานในการป้องกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติของโลก ดังนี้:
-
พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562: มาตรา 23 และ 93 ฐานนำเข้าซากสัตว์ป่าควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต
-
พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560: มาตรา 242 และ 252 ฐานนำของต้องจำกัดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร
-
พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558: มาตรา 31 ฐานนำเข้าซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์
บทสรุปของมาตรการกวาดล้างการค้าสัตว์ป่า
การสั่งการขยายผลกรณีการ จับนอแรด ในครั้งนี้ สะท้อนถึงท่าทีอันเด็ดขาดของรัฐบาลไทยในการไม่ยอมรับการใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของธุรกิจมืดผิดกฎหมาย 🕊️ ปัจจุบันผู้ต้องหาและของกลางได้ถูกส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถึงที่สุด ขณะที่นอแรดของกลางได้ถูกส่งไปตรวจพิสูจน์ชนิดพันธุ์ (DNA) เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนในการประกอบสำนวนคดีต่อไป









