คดีฮั้ว สว. กลับมาเป็นประเด็นทางการเมืองที่ได้รับความสนใจอีกครั้ง หลัง “ทนายอั๋น” หรือ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ออกมาแสดงความเห็นว่า พรรคภูมิใจไทยอาจไม่ถูกสั่งฟ้องในคดีดังกล่าว โดยตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมของบุคคลในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยที่มีภาพปรากฏว่าไปยกมือไหว้ต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในระหว่างการเดินทางไปเปิดงานการแข่งขัน โมโตจีพี 2026 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ 🇹🇭
ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการตรวจสอบคดีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ถูกกล่าวหาว่าอาจมีการกระทำเข้าข่ายฮั้วหรือทุจริต ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คดีฮั้ว สว. กับบทบาทของ กกต. และคณะอนุกรรมการวินิจฉัย
คดีฮั้ว สว. อยู่ภายใต้การตรวจสอบของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยก่อนหน้านี้ คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 มีความเห็นให้สั่งฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องมากกว่า 200 คน ซึ่งมีรายชื่อบุคคลสำคัญทางการเมืองรวมอยู่ด้วย รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในปัจจุบัน 💬
อย่างไรก็ตาม กกต. ได้แต่งตั้ง คณะอนุกรรมการวินิจฉัย อีกชุดหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่พิจารณาว่าควรเห็นชอบตามความเห็นของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 หรือไม่ หากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยมีความเห็นว่าไม่ควรสั่งฟ้อง คดีก็อาจยุติลงในขั้นตอนดังกล่าว
ประเด็นนี้จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางของคดีและความรับผิดชอบทางการเมืองของผู้ที่ถูกกล่าวหา
ตั้งข้อสังเกตภาพ “ไหว้ต้อนรับ” อนุทิน ในงานโมโตจีพี
คดีฮั้ว สว. ถูกพูดถึงมากขึ้น หลังมีรายงานว่าหนึ่งในบุคคลที่เป็นกรรมการในคณะอนุกรรมการวินิจฉัย ปรากฏภาพยกมือไหว้ต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่สนามบินสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างการเดินทางไปเปิดงานการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลก โมโตจีพี 2026 📍
ทนายอั๋นตั้งคำถามต่อสาธารณะว่า พฤติกรรมดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวมีบทบาทในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ตนเองให้การต้อนรับ
นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวว่าบุคคลดังกล่าวอาจมีรายชื่อติดโผในการแต่งตั้งเป็น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คนใหม่ในอนาคต ซึ่งทำให้เกิดข้อสังเกตเกี่ยวกับความเป็นกลางของกระบวนการพิจารณาคดี
ประเด็นเส้นทางการเงินและการสอบสวนของดีเอสไอ
ทนายอั๋นยังกล่าวถึงอีกหนึ่งส่วนของ คดีฮั้ว สว. ที่เกี่ยวข้องกับคดีอั้งยี่และซ่องโจร ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยมีรายงานว่า ดีเอสไอมีความเห็นสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้อง 8 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีสมาชิกวุฒิสภา 2 คน และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 คน รวมอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม อัยการได้มีการตีกลับสำนวนและให้ปรับปรุงการสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่าสำนวนยังไม่สมบูรณ์เพียงพอในการดำเนินคดี
ในขณะเดียวกัน มีการตั้งข้อสังเกตถึงเส้นทางการเงินที่อาจเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ทางการเมืองหลายจังหวัด ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายบุคคลทางการเมืองในบางพื้นที่
สรุปสถานการณ์คดีฮั้ว สว.
คดีฮั้ว สว. ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาโดยคณะอนุกรรมการวินิจฉัยของ กกต. ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินว่าควรสั่งฟ้องตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการชุดแรกหรือไม่
ในขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวและข้อสังเกตเกี่ยวกับความเป็นกลางของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการพิจารณา ได้กลายเป็นประเด็นที่สังคมและฝ่ายการเมืองจับตามองอย่างใกล้ชิด








