ผลกระทบเรืออับปาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วนให้กรมควบคุมมลพิษเร่งติดตามสถานการณ์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จากเหตุการณ์เรือ SEALLOYD ARC อับปางในทะเลอันดามันและภาพน้ำเสียไหลลงทะเลบริเวณหาดในยาง พร้อมกำชับทุกหน่วยงานดำเนินการแก้ไขอย่างรอบคอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักวิชาการ 📍🇹🇭
🔎 การติดตามสถานการณ์และการปฏิบัติ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้รับคำสั่งให้ติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากเหตุการณ์เรือ SEALLOYD ARC ที่อับปางในทะเลอันดามัน จังหวัดภูเก็ตตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยให้ความสำคัญทั้งการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำทะเลและชายหาด ตลอดจนให้ทุกหน่วยงานนำข้อมูลมาใช้ประกอบการแก้ไขปัญหาตามหลักวิชาการอย่างเคร่งครัด 📍🇹🇭
สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 (สคพ.15) รายงานว่า ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กองทัพเรือภาคที่ 3 และเทศบาลตำบลราไวย์ ลงพื้นที่ทำความสะอาดชายหาดเกาะเฮและพื้นที่ใกล้เคียงจากก้อนน้ำมันที่พบ โดยเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและตะกอนทรายเพื่อตรวจวิเคราะห์ต่อไป 📍🇹🇭
🌊 การจัดการน้ำเสียและผลกระทบที่หาดในยาง
สำหรับกรณีน้ำเสียสีดำไหลลงทะเลบริเวณหาดในยาง ทาง สคพ.15 ได้ประสานกับอุทยานแห่งชาติสิรินาถและองค์การจัดการน้ำเสียเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีตะกอนสีดำไหลลงคลองและลงทะเลจริง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการเตรียมก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน ความจุ 1,500 ลูกบาศก์เมตร โดยจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณหนึ่งปีหลังลงนามสัญญา 📍🇹🇭
หน่วยงานได้ดำเนินการกั้นบริเวณปากคลองเพื่อดักตะกอนและให้จุลินทรีย์ชีวภาพช่วยลดผลกระทบในระยะสั้น รวมถึงสนับสนุนการใช้จุลินทรีย์ให้กับอุทยานแห่งชาติสิรินาถเพื่อลดการไหลของสารปนเปื้อนลงสู่ทะเลมากขึ้น 📍🇹🇭
🗣️ คำกล่าวของผู้เกี่ยวข้อง
นายสุชาติย้ำว่า การติดตามคุณภาพน้ำทะเล ชายหาด และระบบนิเวศเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าทุกการดำเนินงานต้องเป็นไปตามกฎหมายและหลักวิชาการ เพื่อคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างเต็มที่ 📍🇹🇭
🧾 สรุปข่าว
สรุปได้ว่า ผลกระทบเรืออับปาง ที่เกิดขึ้นในทะเลอันดามันและกรณีน้ำเสียไหลลงทะเลบริเวณหาดในยางได้รับความสนใจจากภาครัฐ โดยเฉพาะจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ให้ความสำคัญต่อการติดตามผลกระทบและการแก้ไขอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ พร้อมทั้งมีมาตรการระยะสั้นและระยะยาวเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเลอย่างเต็มกำลัง 📍











