โครงการ TH-AI Passport กำลังเผชิญกับข้อกังขาครั้งใหญ่ หลังจากมีการตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในขั้นตอนการกำหนดขอบเขตของงาน (TOR) และความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณแผ่นดิน ล่าสุดตัวแทนจากฝ่ายค้านได้ออกมาระบุถึงความผิดปกติที่อาจเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนบางกลุ่ม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางการลงทุนที่สนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัลไทยอย่างแท้จริง เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ข้อสังเกตด้านความโปร่งใสและเงื่อนไขการประมูล 📊
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2569 นายธีระชาติ ก่อตระกูล คณะทำงานผู้นำฝ่ายค้านและทีมนโยบายดิจิทัล พรรคประชาชน (ปชน.) ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ที่จัดขึ้นโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมเปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมีประเด็นที่น่ากังวลหลัก 2 ประการ ได้แก่ ความโปร่งใส และความคุ้มค่า
ในด้านความโปร่งใส นายธีระชาติระบุว่า เงื่อนไข TOR ของโครงการมูลค่า 1,621 ล้านบาท มีข้อกำหนดที่บริษัทผู้เข้าร่วมประมูลต้องเปิดให้ผู้ใช้งานลงทะเบียนได้ภายใน 30 วันหลังทำสัญญา และต้องพร้อมให้บริการภายใน 90 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นมากและอาจเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ นำมาสู่คำถามที่ว่ามีบริษัทใดเตรียมการล่วงหน้าไว้แล้วหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงการยกระดับความสามารถในการประมวลผล (TPS) จาก 139 TPS เป็น 5,000 TPS ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นและเป็นการกีดกันผู้ประกอบการรายย่อย ทำให้มีเพียงบริษัทขนาดใหญ่กลุ่มเดิมที่สามารถเข้าร่วมรับงานได้ ⚖️
ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลและผู้ประกอบการไทย 💡
ในด้านความคุ้มค่า นายธีระชาติมองว่าการใช้งบประมาณก้อนนี้อาจไม่สร้างประโยชน์เชิงโครงสร้างในระยะยาวแก่ประเทศ และเป็นการละเลยการสนับสนุนผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพสัญชาติไทย โดยเสนอว่าหากนำงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท ไปจัดตั้งกองทุนสนับสนุนเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เกษตรกรรม การแพทย์ และการท่องเที่ยว จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืนกว่า
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวพาดพิงถึงนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ โดยเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์ที่มีการลงทุนสร้างศูนย์วิจัยและระบบนิเวศทางเทคโนโลยี มากกว่าการจัดซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จรูป พร้อมแสดงความกังวลว่าเวทีรับฟังความคิดเห็นของกระทรวงฯ อาจเป็นเพียงพิธีกรรม เนื่องจากมีการยอมรับว่าได้ลงนามในสัญญาไปแล้ว ซึ่งอาจสะท้อนถึงปัญหาในเชิงโครงสร้างที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนและส่งผลกระทบต่อความฝันของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งพัฒนานวัตกรรม 🕊️
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) ❓
Q1: โครงการ TH-AI Passport คืออะไรและมีงบประมาณเท่าใด? A: โครงการ TH-AI Passport เป็นโครงการภายใต้การดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีมูลค่าโครงการระดับ 1,621 ล้านบาท ซึ่งมุ่งเน้นในด้านการพัฒนาระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
Q2: เหตุใดจึงมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการล็อกสเปกในโครงการนี้? A: เนื่องจาก TOR มีการกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดด้านกรอบเวลา (เปิดลงทะเบียนภายใน 30 วัน และให้บริการใน 90 วัน) รวมถึงการยกระดับสเปกทางเทคนิคอย่างก้าวกระโดด ซึ่งฝ่ายค้านมองว่าอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทใหญ่ที่มีการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าและกีดกันรายย่อย
Q3: ฝ่ายค้านมีข้อเสนอแนะในการใช้งบประมาณอย่างไร? A: เสนอให้นำงบประมาณไปตั้งกองทุนสนับสนุนผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพไทย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ เช่น การเกษตร และการแพทย์ ซึ่งจะสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ยั่งยืนกว่าการซื้อเทคโนโลยีสำเร็จรูป
สรุปข่าว 📌
ข้อกังขาต่อ โครงการ TH-AI Passport สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการงบประมาณภาครัฐด้านเทคโนโลยี การที่ฝ่ายค้านออกมาตั้งข้อสังเกตอย่างจริงจังในประเด็นความโปร่งใสของ TOR และความคุ้มค่าในการลงทุน ถือเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรออกมาชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและพิสูจน์ว่าการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมกัน









