Picture of saul goodman
Home » รับชมปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มี.ค. 2569 สีแดงอิฐทั่วไทย

รับชมปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา 3 มี.ค. 2569 สีแดงอิฐทั่วไทย

แชร์บทความ

ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ครั้งสำคัญ “จันทรุปราคาเต็มดวง” รับวันมาฆบูชา

กรุงเทพมหานคร – ถือเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ครั้งสำคัญที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และเป็นที่จับตามองของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ออกประกาศเชิญชวนประชาชนร่วมรับชมปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” (Total Lunar Eclipse) ซึ่งในปีนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง เนื่องจากตรงกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่าง “วันมาฆบูชา” ในวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 พอดี ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่พุทธศาสนิกชนจะได้เวียนเทียนภายใต้แสงจันทร์สีเลือด

ห้ามพลาดชมความงามของดวงจันทร์สีแดงอิฐ 39 นาทีเต็ม

ตามรายงานของการคำนวณทางดาราศาสตร์โดย NARIT ปรากฏการณ์จันทรุปราคาในครั้งนี้ จะเริ่มต้นกระบวนการตั้งแต่ช่วงบ่ายเวลาประมาณ 15.44 น. เป็นต้นไป ซึ่งดวงจันทร์จะเริ่มเคลื่อนเข้าสู่เงามัวและเงามืดของโลกตามลำดับ แต่สำหรับในประเทศไทย ประชาชนจะเริ่มสังเกตเห็นปรากฏการณ์นี้ได้ด้วยตาเปล่า ตั้งแต่ดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ในเวลา 18.23 น. ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น จะตรงกับจังหวะที่ดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกมิดทั้งดวงพอดี (คราสเต็มดวง) ส่งผลให้แสงอาทิตย์ที่ผ่านชั้นบรรยากาศโลกเกิดการหักเห ทำให้เราสามารถมองเห็น “ดวงจันทร์สีแดงอิฐ” หรือปรากฏการณ์พระจันทร์สีเลือด (Blood Moon) ได้อย่างชัดเจน โดยช่วงเวลาคราสเต็มดวงนี้จะกินระยะเวลาทั้งสิ้น 39 นาที ไปจนถึงเวลา 19.02 น. ถือเป็นช่วงเวลาทอง (Golden Minute) สำหรับนักถ่ายภาพดาราศาสตร์ที่จะได้เก็บภาพความประทับใจนี้ไว้

สดร. ตั้งจุดสังเกตการณ์ 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ

หลังจากเวลา 19.02 น. เป็นต้นไป ดวงจันทร์จะเริ่มเว้าแหว่งและค่อยๆ เคลื่อนออกจากเงามืดของโลก เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนและจันทรุปราคาเงามัวตามลำดับ ก่อนที่จะสิ้นสุดปรากฏการณ์อย่างสมบูรณ์ในเวลา 21.23 น. และกลับมาสว่างเต็มดวงตามปกติ

เพื่อเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้จัดกิจกรรมตั้งกล้องโทรทรรศน์เพื่อสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ดังกล่าวในจุดสังเกตการณ์หลัก 4 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ 1. อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 2. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา 3. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา และ 4. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา โดยเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรีตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ทางสถาบันฯ ย้ำว่าปรากฏการณ์นี้สามารถรับชมได้อย่างปลอดภัยด้วยตาเปล่า หากพลาดชมครั้งนี้จะต้องรอจันทรุปราคาเต็มดวงที่เห็นได้ในไทยอีกครั้งในอีกเกือบ 2 ปีข้างหน้า (สิ้นปี 2571)

แชร์บทความ