Picture of winnews
Home » ตร.กมลารวบนักท่องเที่ยวต่างชาติทำอนาจารภูเก็ต ปรับคนละ 5 พันเล็งชงถอนวีซ่า

ตร.กมลารวบนักท่องเที่ยวต่างชาติทำอนาจารภูเก็ต ปรับคนละ 5 พันเล็งชงถอนวีซ่า

แชร์บทความ
ตร.กมลารวบนักท่องเที่ยวต่างชาติทำอนาจารภูเก็ต ปรับคนละ 5 พันเล็งชงถอนวีซ่า

นักท่องเที่ยวต่างชาติทำอนาจารภูเก็ต ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวได้ทันควันหลังก่อเหตุไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหาดลายิ ตำบลกมลา ซึ่งมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กมลา ได้ดำเนินคดีขั้นสูงสุดและเตรียมขยายผลสู่การพิจารณาสถานะพำนักในประเทศไทย

🔍 บุกจับคาโรงแรมพื้นที่ป่าตอง หลังคลิปฉาวว่อนโซเชียล

สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการแชร์ภาพและคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวชายหญิงคู่หนึ่ง กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลด้วยการมีเพศสัมพันธ์บริเวณชายหาดลายิ ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ท่ามกลางสายตาของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและการละเมิดกฎหมายอย่างชัดเจน 🚫

ภายใต้การอำนวยการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.กมลา นำโดย ร.ต.อ.วิชิต ฮ่อยี่ซี่ รอง สว.สส.สภ.กมลา ได้เร่งตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและเบาะแสในพื้นที่ จนกระทั่งเมื่อเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถระบุตัวตนและตำแหน่งที่พักของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวได้ ซึ่งเข้าพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

ตร.กมลารวบนักท่องเที่ยวต่างชาติทำอนาจารภูเก็ต ปรับคนละ 5 พันเล็งชงถอนวีซ่า

💬 ดำเนินคดีโทษปรับสูงสุด พร้อมรายงาน ตม. พิจารณาผลักดันออก

จากการตรวจสอบพบว่านักท่องเที่ยวทั้ง 2 ราย เป็นชายอายุ 24 ปี และหญิงอายุ 24 ปี สัญชาติฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวมายังสถานีตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา “กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา ⚖️

ในเบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับในอัตราโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด คือคนละ 5,000 บาท อย่างไรก็ตาม มาตรการทางกฎหมายไม่ได้สิ้นสุดเพียงเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดทำรายงานพฤติการณ์ส่งต่อไปยังกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อพิจารณาพฤติกรรมว่าเข้าข่ายเป็นภัยต่อสังคมหรือกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือไม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิกถอนวีซ่า การขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) และการส่งกลับประเทศต้นทางในลำดับถัดไป

📝 บทสรุปและมาตรการป้องกันในอนาคต

กรณีที่นักท่องเที่ยวต่างชาติทำอนาจารภูเก็ตในครั้งนี้ ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่หน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อศีลธรรมอันดีและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวระดับโลกของจังหวัดภูเก็ต ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอเน้นย้ำและประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการที่พัก รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้เคารพกฎหมายและวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ระบุว่าพร้อมจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่กระทำการฝ่าฝืน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและมาตรฐานการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพต่อไป ทั้งนี้ การประสานงานระหว่างหน่วยงานในท้องถิ่นและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะมีความใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่บั่นทอนบรรยากาศการท่องเที่ยวในลักษณะนี้ขึ้นอีก

แชร์บทความ

ข่าวอัพเดต

ข่าวน่าสนใจ