ลักลอบขนสินค้าข้ามแดน กลายเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มงวด หลังศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จังหวัดตราด เปิดปฏิบัติการจู่โจมกลางดึก สกัดจับขบวนการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายทางทะเลในพื้นที่น่านน้ำไทย พบเรือกัมพูชา 5 ลำพร้อมของกลางจำนวนมาก 🇹🇭 โดยปฏิบัติการครั้งนี้สามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด แม้จะมีการพยายามหลบหนีด้วยการกระโดดลงทะเลในช่วงการเข้าจับกุมก็ตาม
รายละเอียดการเข้าสกัดจับน่านน้ำไทยพื้นที่อำเภอคลองใหญ่
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. 📍 โดยเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานสายลับถึงพฤติการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเรือประมงดัดแปลงที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย บริเวณน่านน้ำพื้นที่ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ห่างจากชายฝั่งประมาณ 2 ไมล์ทะเล
นาวาเอก วุฒิฉัตร ราชรัตนารักษ์ รองผู้อำนวยการ ศรชล.จังหวัดตราด (รอง ผอ.ศรชล.จว.ตราด) เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของ ศรชล.ภาค 1 ได้มีการบูรณาการกำลังร่วมกับหลายภาคส่วน ประกอบด้วย กอ.รมน.จังหวัดตราด, หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182, ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตราด และหน่วยเรือ ต.230 ในการนำเรือเร็วเข้าปิดล้อมตรวจค้น 🛥️ ซึ่งในขณะเข้าทำการตรวจสอบ กลุ่มผู้ต้องหาได้พยายามเร่งเครื่องเรือหลบหนีมุ่งหน้าสู่เขตน่านน้ำกัมพูชา และมีผู้ต้องหาบางส่วนตัดสินใจกระโดดลงสู่ทะเลเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและช่วยเหลือขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม

สรุปผลการตรวจสอบและของกลางที่ยึดได้
จากการขยายผลตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ณ สะพานเอนกประสงค์อำเภอคลองใหญ่ เจ้าหน้าที่ระบุว่าสามารถควบคุมผู้ต้องหาได้รวม 6 ราย แบ่งเป็นสัญชาติกัมพูชา 5 ราย และสัญชาติไทย 1 ราย 👥 ซึ่งจากการสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาชาวไทยรายดังกล่าวมีครอบครัวพำนักอยู่ในฝั่งประเทศกัมพูชา จึงเข้ามาร่วมขบวนการทำหน้าที่นำทางและประสานงาน
สำหรับรายการสินค้าของกลางที่ถูกตรวจยึดได้ภายในเรือทั้ง 5 ลำ มีจำนวนมากกว่า 500 กล่อง 📦 ประกอบด้วย:
-
สินค้าแช่แข็ง: เครื่องในไก่และเนื้อสัตว์แปรรูป
-
ผลไม้ตามฤดูกาล: มะไฟ ลิ้นจี่ และมะขามหวาน
-
สินค้าสัตว์น้ำ: ปูดำคัดไซส์
มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นรวมมูลค่าของกลางคาดว่าสูงถึงหลายแสนบาท ซึ่งสินค้าเหล่านี้ถูกเตรียมการเพื่อลักลอบส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากรที่ถูกต้อง

มาตรการคุมเข้มและแนวทางการดำเนินคดี
ศรชล.ภาค 1 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดตราด ระบุว่าขบวนการ ลักลอบขนสินค้าข้ามแดน มักจะอาศัยช่องว่างในช่วงเวลากลางคืนและใช้เส้นทางเดินเรือที่ห่างจากชายฝั่งเพื่อเลี่ยงสายตาเจ้าหน้าที่ 💬 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีการตรวจการณ์ทางทะเลมาใช้ร่วมกับการตั้งจุดตรวจกงล้อ (Mobile Unit) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง
ในส่วนของการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติศุลกากร และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าเมืองและการทำงานของคนต่างด้าว พร้อมทั้งสั่งการให้มีการสืบสวนขยายผลไปถึงกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลังเพื่อกวาดล้างขบวนการนี้อย่างถอนรากถอนโคนต่อไป ⚖️
บทสรุปข่าว
การจับกุมเรือกัมพูชา 5 ลำในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเข้มแข็งของการบูรณาการหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลในการปราบปรามการ ลักลอบขนสินค้าข้ามแดน อย่างจริงจัง โดย ศรชล. ยืนยันที่จะคงมาตรการเฝ้าระวังตามแนวชายแดนทางน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศและรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา









