ปุ๋ยยูเรียขาดตลาด กำลังกลายเป็นประเด็นที่เกษตรกรไทยจับตามอง หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการส่งออกวัตถุดิบสำคัญของโลก ทำให้ราคาปุ๋ยปรับเพิ่มขึ้น โดยมีรายงานว่าราคาจำหน่ายปุ๋ยยูเรียในบางพื้นที่เริ่มขยับขึ้นกระสอบละประมาณ 50–80 บาท 📍
📍”สงครามเป็นเหตุ ‘ปุ๋ยยูเรีย’ ขาดตลาด ปรับขึ้นกระสอบละ 50-80 บาท… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10161410“
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของภาคเกษตร เนื่องจากปุ๋ยยูเรียถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพาะปลูก โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าว อ้อย และพืชไร่หลายชนิด ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้นในระยะต่อไป
ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อตลาดปุ๋ยโลก
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ตลาดปุ๋ยโลก เนื่องจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตและส่งออกปุ๋ยไนโตรเจนที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการส่งออกประมาณหนึ่งในสามของตลาดโลก
เมื่อเส้นทางขนส่งสินค้าบางส่วนเกิดความไม่แน่นอน โดยเฉพาะบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสำคัญ ทำให้ปริมาณการส่งออกปุ๋ยมีแนวโน้มชะลอตัว ส่งผลให้ราคาปุ๋ยในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาด
ข้อมูลจากบริษัทติดตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ระบุว่า ราคายูเรียในตลาดสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 50–80 ดอลลาร์ต่อชอร์ตตัน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 10–17% ภายในระยะเวลาไม่นาน ซึ่งสะท้อนแรงกดดันด้านอุปทานที่เกิดขึ้นทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย ซึ่งต้องนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง จึงมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากราคาตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
ภาครัฐติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ย้ำสต๊อกยังเพียงพอ
แม้จะมีรายงานราคาปุ๋ยที่เริ่มขยับขึ้นในบางพื้นที่ แต่ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า ปริมาณปุ๋ยเคมีในประเทศยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยมีสต๊อกคงเหลือประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.8 ล้านตันต่อเดือน
ในส่วนของ ปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของปุ๋ยเคมี มีปริมาณสต๊อกประมาณ 0.32 ล้านตัน หรือราว 6.5 ล้านกระสอบ และยังมีการนำเข้าเพิ่มเติมจากต่างประเทศ เช่น ซาอุดีอาระเบีย ทำให้คาดว่าจะมีปุ๋ยยูเรียรวมกว่า 8.5 ล้านกระสอบ เพียงพอใช้ต่อเนื่องได้ถึงช่วงเดือนสิงหาคม 2569
เจ้าหน้าที่จึงขอให้เกษตรกรและประชาชน ไม่จำเป็นต้องเร่งกักตุนปุ๋ย พร้อมกำชับให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศตรวจสอบร้านค้าอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าเกินสมควร
ความกังวลของเกษตรกรต่อภาระต้นทุน
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเกษตรมองว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ราคาปุ๋ยในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะกระทบโดยตรงต่อ ต้นทุนการผลิตของเกษตรกร
ในบางกรณี เกษตรกรอาจจำเป็นต้องลดปริมาณการใช้ปุ๋ย หรือปรับเปลี่ยนชนิดพืชที่ปลูก เพื่อลดภาระต้นทุนการผลิต ซึ่งอาจส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรในระยะยาว
นักวิเคราะห์ยังเตือนว่า หากปุ๋ยมีราคาแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจกระทบไปถึง ราคาสินค้าอาหาร ในตลาด เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น
สรุปสถานการณ์
ปุ๋ยยูเรียขาดตลาด จากผลกระทบของสงครามและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาปุ๋ยในบางพื้นที่เริ่มปรับขึ้นกระสอบละ 50–80 บาท และสร้างความกังวลต่อภาคการเกษตรของไทย





