สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านก้าวเข้าสู่ระดับที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมสหรัฐฯ ได้แถลงยืนยันอย่างเป็นทางการว่า เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ประเภทโจมตีเร็วของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการยิงตอร์ปิโดเข้าใส่เรือรบของอิหร่านรุ่น IRIS Dena บริเวณเขตนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศศรีลังกา ส่งผลให้เรือรบดังกล่าวอับปางลงทันที ปฏิบัติการในครั้งนี้ถูกระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “Operation Epic Fury” และถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เรือดำน้ำอเมริกันใช้ตอร์ปิโดจมเรือข้าศึกในสถานการณ์สู้รบจริงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา 🌊
รายละเอียดปฏิบัติการจมเรือ IRIS Dena และตัวเลขผู้สูญเสีย
ทางฝั่งรัฐมนตรี กลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าเรือรบของอิหร่านลำดังกล่าวพยายามเดินเรือผ่านน่านน้ำสากลในมหาสมุทรอินเดีย โดยเชื่อว่าจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากการโจมตีทางอากาศ แต่กลับถูกตรวจพบและติดตามโดยเรือดำน้ำของสหรัฐฯ ก่อนจะถูกโจมตีด้วยตอร์ปิโด Mark 48 เพียงลูกเดียวเข้าที่กลางลำเรือ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับรายงานจากกองทัพเรือศรีลังกาที่ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือ (Distress Call) จากเรืออิหร่านเมื่อเวลาประมาณ 05:08 น. 📍
ข้อมูลล่าสุดระบุว่าจากจำนวนลูกเรือทั้งหมดประมาณ 180 คน มีผู้ได้รับการช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองกอลล์ (Galle) ประเทศศรีลังกาเพียง 32 ราย ขณะที่อีกกว่า 148 คนยังคงสูญหายและคาดว่าอาจจะเสียชีวิตทั้งหมดเนื่องจากเรือจมลงอย่างรวดเร็ว ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการขยายขอบเขตการสู้รบออกมานอกภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นครั้งแรก ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาคมโลกถึงระดับความตึงเครียดที่อาจลุกลามเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ได้ 💬
ท่าทีของนานาชาติและการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ
การออกมาประกาศชัยชนะของกระทรวง กลาโหมสหรัฐฯ ในครั้งนี้ มาพร้อมกับคำประกาศกร้าวว่ากองทัพอเมริกันมีขีดความสามารถในการทำลายกองทัพเรืออิหร่านให้สิ้นซากไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก โดยอ้างถึงความสำเร็จในการทำลายเรือรบอิหร่านไปแล้วกว่า 17 ลำนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม ทางด้านรัฐบาลศรีลังกาได้แสดงท่าทีเป็นกลางและเน้นย้ำไปที่ภารกิจกู้ภัยตามหลักมนุษยธรรมเป็นอันดับแรก แม้จะมีรายงานข่าวลือว่าอิหร่านอ้างว่าเรือของตนถูกทำลายระบบป้องกันด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก่อนจะถูกยิงตอร์ปิโดซ้ำ 📍
นักวิเคราะห์ความมั่นคงมองว่า ปฏิบัติการใต้ผิวน้ำครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงไปยังเตหะรานว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะใช้ “พลังอำนาจที่เงียบเชียบแต่เด็ดขาด” ในการทำลายสินทรัพย์ทางทหารที่สำคัญ การที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซก่อนหน้านี้อาจเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้วอชิงตันตัดสินใจใช้มาตรการรุนแรงเพื่อรักษาความมั่นใจในเส้นทางการเดินเรือระดับโลก ท่ามกลางกระแสการวิพากษ์วิจารณ์จากสหประชาชาติที่แสดงความกังวลต่อการขยายตัวของสงครามในครั้งนี้ 🕊️
บทสรุปและการจับตาปฏิกิริยาตอบโต้จากฝ่ายอิหร่าน
โดยสรุปแล้ว คำยืนยันจากกระทรวง กลาโหมสหรัฐฯ ในวันนี้เป็นการตอกย้ำว่าโลกได้เข้าสู่สภาวะสงครามเต็มรูปแบบระหว่างสองมหาอำนาจคู่ขัดแย้งแล้ว 🏛️
หลังจากนี้สิ่งสำคัญที่ต้องติดตามคือ อิหร่านจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ต่อความสูญเสียครั้งใหญ่นี้อย่างไร โดยเฉพาะในพื้นที่มหาสมุทรอินเดียและจุดยุทธศาสตร์สำคัญอื่นๆ ทั่วโลก เพราะการจมเรือรบที่เป็นหนึ่งในเรือที่ทันสมัยที่สุดของอิหร่านนอกชายฝั่งศรีลังกาครั้งนี้ คือการฉีกหน้ากองทัพอิหร่านอย่างรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ







