ผักพาเหรดขึ้นราคา กลายเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคและผู้ค้าปลีกต้องจับตา หลังสถานการณ์ราคาผักสดในตลาดเริ่มปรับตัวสูงขึ้นหลายรายการ โดยเฉพาะ “ผักชี” ที่ราคาพุ่งแตะระดับ 130–140 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ “มะนาว” ก็เริ่มปรับขึ้นตามความต้องการบริโภคในช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้ต้นทุนอาหารสดในครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าจากภาคการค้าระบุว่า ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นมา ราคาผักสดหลายชนิดมีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งผักชี ขึ้นฉ่าย ผักบุ้งจีน แตงกวา และผักกาดหอม ซึ่งเป็นผักที่ใช้บริโภคในชีวิตประจำวัน โดยมีปัจจัยหลักมาจากสภาพอากาศร้อนจัดที่ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
สภาพอากาศร้อน ดันผลผลิตผักลดลง
สถานการณ์ ผักพาเหรดขึ้นราคา ในช่วงนี้เกิดขึ้นพร้อมกันหลายชนิด โดยเฉพาะผักใบที่ต้องการน้ำและอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญเติบโต เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อนของประเทศไทย อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้พืชผักหลายชนิดเติบโตช้าลง ส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลงตามไปด้วย
ตัวอย่างราคาผักที่มีการปรับขึ้น ได้แก่
-
ผักชีคละ ปรับจากประมาณ 90–100 บาท/กก. เป็น 110–120 บาท/กก.
-
ผักชีคัด ปรับจาก 110–120 บาท/กก. เป็น 130–140 บาท/กก.
-
ขึ้นฉ่ายคละ ปรับจาก 70–80 บาท/กก. เป็น 100–110 บาท/กก.
-
ขึ้นฉ่ายคัด ปรับจาก 90–100 บาท/กก. เป็น 120–130 บาท/กก.
-
ผักบุ้งจีนคละ ปรับจาก 30–35 บาท/กก. เป็น 35–40 บาท/กก.
-
แตงกวาคละ ปรับจาก 30–35 บาท/กก. เป็น 35–40 บาท/กก.
ราคาที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของต้นทุนด้านการผลิตและปริมาณผลผลิตที่ลดลงจากปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศ
มะนาวเริ่มขยับราคา รับความต้องการฤดูร้อน
อีกหนึ่งสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ผักพาเหรดขึ้นราคา คือ มะนาว ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอาหารไทย โดยเฉพาะเมนูประเภทต้มยำ น้ำจิ้ม หรืออาหารรสเปรี้ยว
ข้อมูลล่าสุดพบว่า
-
มะนาวเบอร์ 1–2 ปรับราคาจาก ลูกละ 2.50–3.50 บาท เป็น ลูกละ 3–4 บาท
-
มะนาวเบอร์ 3–4 ปรับจาก ลูกละ 1–2 บาท เป็น ลูกละ 1.5–2.5 บาท
แนวโน้มดังกล่าวมักเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากผลผลิตมะนาวลดลง ขณะที่ความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนจัด ทำให้ตลาดมีการปรับราคาตามกลไกอุปสงค์และอุปทาน
ผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ค้าปลีก
การปรับขึ้นของราคาผักสดและมะนาว ส่งผลโดยตรงต่อผู้ค้าปลีก ร้านอาหาร และผู้บริโภคในครัวเรือน เนื่องจากวัตถุดิบหลายรายการเป็นส่วนประกอบหลักในอาหารประจำวัน
ผู้ค้าหลายรายระบุว่า แม้ราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้น แต่ยังคงต้องรักษาระดับราคาขายให้เหมาะสมกับกำลังซื้อของลูกค้า ขณะที่ผู้บริโภคบางส่วนเริ่มปรับพฤติกรรมการซื้อ เช่น ลดปริมาณการใช้ผักบางชนิด หรือเลือกซื้อผักทดแทนที่มีราคาถูกกว่า
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าเกินสมควร และรักษาสมดุลของตลาดสินค้าเกษตรในประเทศ
สรุปข่าว
สถานการณ์ ผักพาเหรดขึ้นราคา สะท้อนถึงผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนที่ทำให้ผลผลิตผักเข้าสู่ตลาดลดลง ส่งผลให้ราคาผักหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะผักชีที่แตะระดับ 140 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่มะนาวก็เริ่มปรับขึ้นรับความต้องการในฤดูร้อน แนวโน้มราคาผักจึงยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามในช่วงฤดูร้อนปีนี้







