Picture of winnews
Home » สาวโพสต์ด่าตำรวจบางแสนเข้าขอขมา รับสารภาพทำไปเพราะไม่ยั้งคิดหลังสามีถูกจับรถผิดกฎหมาย

สาวโพสต์ด่าตำรวจบางแสนเข้าขอขมา รับสารภาพทำไปเพราะไม่ยั้งคิดหลังสามีถูกจับรถผิดกฎหมาย

แชร์บทความ
สาวโพสต์ด่าตำรวจบางแสนเข้าขอขมา รับสารภาพทำไปเพราะไม่ยั้งคิดหลังสามีถูกจับรถผิดกฎหมาย

ตำรวจบางแสน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแสนสุข ได้รับคำขอขมาอย่างเป็นทางการจากหญิงสาวรายหนึ่ง หลังกระทำการโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริงในโซเชียลมีเดีย กรณีวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการตรวจจับรถจักรยานยนต์ที่กระทำผิดกฎหมายจราจร โดยผู้โพสต์ยอมรับว่ากระทำไปด้วยความโมโหและไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดในขณะนั้น 🤝

รายละเอียดกรณีสาวโพสต์โจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ สภ.แสนสุข

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ภายหลังมีการเผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ซึ่งได้ระบุใจความสำคัญในเชิงตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ตำรวจบางแสน (สภ.แสนสุข) ว่ามีการกวดขันวินัยจราจรเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมรถของสามีตนขณะเข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ⛽

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบกฎหมาย โดยทำการเรียกตรวจรถจักรยานยนต์ของนายเอก (นามสมมติ) ซึ่งเป็นสามีของผู้โพสต์ และพบการกระทำความผิดชัดเจนหลายกระทง ได้แก่:

  • อุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วน (ท่อไอเสียเสียงดังเกินกว่ากฎหมายกำหนด) 🔊

  • ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถ

  • ไม่มีเอกสารแสดงหลักฐานการครอบครองรถ หรือสมุดคู่มือจดทะเบียน

สาวโพสต์ด่าตำรวจบางแสนเข้าขอขมา รับสารภาพทำไปเพราะไม่ยั้งคิดหลังสามีถูกจับรถผิดกฎหมาย

การสอบสวนและการยอมรับผิดต่อหน้าพนักงานสอบสวน

ล่าสุด พ.ต.อ.ณรัฐช์พงศ์ อุดมศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแสนสุข พร้อมด้วย พ.ต.ท.นิกร พันแสน สวป.สภ.แสนสุข ได้ร่วมกันสอบสวน น.ส.เอ ผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว โดยเจ้าตัวได้ให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุสามีได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าถูกตำรวจจับกุม ด้วยความรักสามีและความโมโหประกอบกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงตัดสินใจโพสต์ข้อความลงในสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่ได้สอบถามรายละเอียดถึงความผิดที่เกิดขึ้นจริง 💬

“ตอนนี้รู้สึกผิดและสำนึกแล้วค่ะ รถที่สามีโดนจับนั้นมีความผิดจริงตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ทั้งเรื่องท่อดังและไม่มีป้ายทะเบียน ดิฉันขอใช้พื้นที่นี้กราบขอโทษผู้กำกับและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนสุข ทุกท่านที่ทำให้ได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง และจะดำเนินการโพสต์ขอโทษลงในกลุ่มต่าง ๆ เพื่อแสดงความจริงใจ” น.ส.เอ กล่าวในระหว่างการขอขมา 🙏

แนวทางการดำเนินการและคำเตือนจากเจ้าหน้าที่

ด้าน พ.ต.อ.ณรัฐช์พงศ์ อุดมศรี ผกก.สภ.แสนสุข เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางสถานีตำรวจมีอำนาจในการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งมีโทษปรับและจำคุกสูง แต่เนื่องจากเห็นว่าผู้กระทำผิดเป็นประชาชนที่ต้องทำมาหากินและได้แสดงความสำนึกผิดอย่างจริงใจ จึงได้ให้โอกาสโดยการภาคทัณฑ์ไว้ และให้ดำเนินการโพสต์ขอโทษอย่างเป็นทางการแทน 🏛️

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าคดีหมิ่นประมาทในลักษณะนี้มีอายุความถึง 10 ปี หากพบว่าผู้โพสต์ยังมีพฤติกรรมในลักษณะเดิม หรือไม่ปฏิบัติตามที่รับปากไว้ ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมฝากเตือนไปยังประชาชนทั่วไปให้ใช้สติในการโพสต์ข้อมูลลงบนโซเชียลมีเดีย เพราะการกล่าวหาผู้อื่นโดยไม่มีมูลความจริงอาจนำมาซึ่งบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง

FAQs: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกรณีนี้

1. การโพสต์ด่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความผิดตามกฎหมายใด? ตอบ: อาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หรือหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา รวมถึงหากข้อมูลเป็นเท็จอาจผิด พรบ.คอมพิวเตอร์

2. ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่ดำเนินคดีในกรณีนี้? ตอบ: เป็นดุลยพินิจของเจ้าพนักงานที่เล็งเห็นถึงความสำนึกผิดและเจตนาของผู้กระทำที่อาจทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพื่อเป็นการให้โอกาสประชาชนในการปรับปรุงตัว

3. หากพบการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นธรรมของตำรวจ ควรทำอย่างไรแทนการโพสต์ด่า? ตอบ: ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ตามช่องทางอย่างเป็นทางการ เช่น สายด่วน 1599 หรือร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม และหน้าห้องผู้กำกับการในท้องที่นั้น ๆ 👮‍♂️

สรุปข่าว

กรณีหญิงสาวโพสต์ข้อความพาดพิง ตำรวจบางแสน จบลงด้วยการขอขมาและยอมรับผิด โดยผู้กระทำความผิดรับสารภาพว่าโพสต์ไปเพราะความโกรธแค้นแทนสามีที่ถูกจับรถผิดกฎหมายจราจร ทางด้าน ผกก.สภ.แสนสุข ตัดสินใจให้อภัยแต่เน้นย้ำให้ประชาชนใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

แชร์บทความ